หน้าแรก Uncategorized หมอกับดนตรี ...

หมอกับดนตรี โดย สุกรี เจริญสุข

16.06.16 | 13:35 น.

เมื่อปี พ.ศ.2526 ได้แรงบันดาลใจจากบทวิจารณ์เพลง “ไอ้น้อยเสียคน” และบทเพลง “เด็กปั๊ม” ซึ่งเป็นบทวิจารณ์เพลงของศาสตราจารย์นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล ในหนังสือพิมพ์สยามรัฐ จึงถือโอกาสเขียนเสนอความเห็นที่แตกต่าง ตีพิมพ์ลงในหนังสือพิมพ์มติชนรายวัน ซึ่งเป็นการเริ่มต้นเขียนวิจารณ์เพลง “ลีลาเส้นเสียง” ตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา และสำคัญที่สุดก็คือ บทวิจารณ์โต้ตอบกับท่านอาจารย์หมอพูนพิศ อมาตยกุล ทำให้ถูกชักนำให้ไปอยู่ที่มหาวิทยาลัยมหิดลในเวลาต่อมา (พ.ศ.2530)

การทำงานที่มหาวิทยาลัยมหิดลทำให้รู้ว่ามีคุณหมอที่สนใจดนตรีจำนวนมาก คุณหมอทั้งหลายมีพื้นฐานทุกอย่างที่ดี เมื่อเปรียบเทียบกับคนที่มีอาชีพอื่นๆ ทั้งมีฐานะดี (รวย) มีความรู้ดี ได้รับการศึกษาดี เรียนเก่ง มีบุคลิกที่ดี มีความเฉลียวฉลาด ทำอะไรก็เก่ง มีสมองที่ดี มีรสนิยมสูง มีความน่าเชื่อถือสูง เป็นต้น

เนื่องจากคุณหมอเป็นบุคคลที่อยู่กับความเป็นความตายของมนุษย์ เห็นชีวิต เห็นการเกิด เห็นความเจ็บป่วย เห็นความตาย คุณหมออยู่กับเลือด น้ำหนอง น้ำตา เสียงร้องไห้ อยู่กับเชื้อโรค คุณหมอมีความเสี่ยงสูง ทำงานอยู่ท่ามกลางคนป่วยและบรรยากาศเศร้าหมอง คุณหมอจะต้องเก่งมากโดยที่ผิดพลาดไม่ได้ เพราะความผิดพลาดของคุณหมอคือ “ลงหลุม” ชีวิตคุณหมอจึงมีบุญคุณต่อมนุษยชาติอย่างมาก

คุณหมอจึงเป็นบุคคลที่ได้รับการยกย่องและการยอมรับจากสังคม อาชีพของคุณหมอนั้นมีความเครียด เสี่ยงต่อเชื้อโรค เสี่ยงต่อความผิดพลาดของชีวิต เสี่ยงต่อการถูกฟ้องร้องเป็นคดี คุณหมอเมื่อออกจากงานรักษาจึงมีงานอดิเรกที่นอกเหนือไปจากอาชีพหมอที่ทำอยู่ อาทิ เล่นกีฬา ตีกอล์ฟ เล่นหุ้น เล่นการเมือง เป็นนักบริหาร เป็นนัธุรกิจ นักการเงิน พ่อค้าทอง พ่อค้าที่ดิน เป็นนักคิด นักจัดรายการ เป็นศิลปิน นักร้อง นักดนตรี นักแต่งเพลง อะไรก็ตามที่คุณหมอได้ทำเป็นงานอดิเรกก็อาจจะทำได้ดีกว่าคนในอาชีพตรงๆ เสียด้วยซ้ำ เพราะคุณหมอนั้นเอาจริงเอาจังกับทุกสิ่งที่ทำ

หมอกับดนตรี เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา วงดนตรีของหมอ (World Doctors Orchestra) ได้เดินทางมาแสดงที่อาคารมหิดลสิทธาคาร ศาลายา และแสดงที่โรงพยาบาลศิริราช นักดนตรีทั้งวงเป็นคุณหมอทุกคน โดยรวบรวมคุณหมอจากทั่วโลก ซึ่งมีสมาชิก 800 คน ทุกคนก็นัดกันไปเล่นที่ประเทศไหนก็ตาม ปีละ 2 ครั้ง แต่ละคนก็ออกค่าเดินทาง ค่ากินอยู่เอง แล้วรายได้ก็มอบให้แก่งานการกุศลเพื่อการรักษาความเจ็บป่วยในประเทศนั้นๆ ซึ่งทำกันมา 10 ปีแล้ว

Advertisement

หมอกับดนตรี เป็นเรื่องที่น่าสนใจมาก ในสังคมไทยที่เป็นสังคมหลวมๆ อาชีพอื่นยังไม่เข้มแข็งพอ เมื่อเปรียบเทียบกับอาชีพของหมอ ซึ่งหมอคือผู้ที่เชี่ยวชาญที่สุด อาทิ หมอความ หมอนวด หมอดู หมอผี หมอลำ หมอแคน หมอตำแย หมอยา หมอรักษา ปัจจุบันเหลือแต่หมอรักษาที่ยังเป็นอาชีพที่สูงส่ง ส่วนหมออื่นๆ ก็ลดบทบาทความสำคัญลงไปมากแล้ว ไม่ได้แข็งแรงอย่างแต่ก่อน

เมื่อผู้เขียนเป็นนักดนตรีไปทำงานอยู่ในมหาวิทยาลัยของหมอ ก็มีเรื่องที่น่าสนใจคือ ได้เล่นดนตรีกับหมอ เล่นดนตรีให้หมอร้องเพลง ข้อสังเกตคือ ถ้าหากว่าคุณหมอเล่นเก่งกว่า นักดนตรีก็จะอยู่ลำบาก เพราะคุณหมอนั้นมีคุณภาพสูงและมีรสนิยมสูงด้วย คนดนตรีจำเป็นที่จะต้องพัฒนาฝีมือดนตรีให้เหนือกว่าหมอให้ได้ มิฉะนั้นก็จะอยู่ไม่ได้ หรือเมื่อคุณหมอมีงานแสดง คุณหมอก็จะเรียกหานักร้อง นักดนตรีที่เก่งๆ และมีชื่อเสียงมาเล่นกับคุณหมอได้ง่าย เพราะว่านักร้องและนักดนตรีจำนวนมากก็เป็นคนป่วยของคุณหมอ

ในสมัยนั้น (พ.ศ.2530) คุณหมอที่เป็นนักดนตรีคนสำคัญ อาทิ ศาสตราจารย์นายแพทย์สุเอ็ด คชเสนี ศาสตราจารย์นายแพทย์สุพจน์ อ่างแก้ว ศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ ศาสตราจารย์นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล และนายแพทย์สมชาย กาญจนสุต เป็นต้น ซึ่งเป็นหมอที่ช่วยบุกเบิกในการสร้างวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในเวลาต่อมา

สำหรับศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ (พ.ศ.2477-ปัจจุบัน) เป็นคุณหมอนักแต่งเพลง ซึ่งมีผลงานเพลงดังๆ เยอะ อาทิ รักต้องห้าม พะวงรัก เทพธิดาดอย คนจนไม่มีสิทธิ์ ฝันลวง ลบรอยแผลรัก สุดเหงา บาปบุญ บึงน้ำฟ้า ไปวัด เป็นต้น และมีคุณหมอที่เป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงคือ แพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์

ในวันอาทิตย์ที่ 3 กรกฎาคม 2559 เวลา 15.00 น. ณ อาคารมหิดลสิทธาคาร วงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย (Thailand Philharmonic Orchestra) ก็จะนำผลงานเพลงของศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ หรือที่รู้จักกันในชื่อว่า “วราห์ วรเวช” จำนวน 32 เพลงมาบรรเลง บทเพลงถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่ จำนวนหนึ่งเป็นผลงานของครูพิมพ์ ปฏิภาณ ซึ่งเป็นนักดนตรีและครูเพลงคู่กับวราห์ วรเวช และบทเพลงอีกจำนวนหนึ่งก็จะถูกเรียบเรียงขึ้นใหม่โดยคนรุ่นใหม่ พันโท ประทีป สุพรรณโรจน์ และ ดร.ธนพล เสตะพราหมณ์ โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์พูนพิศ อมาตยกุล เป็นผู้ดำเนินรายการ

สำหรับนักร้องที่เคยขับร้องบันทึกเสียงบทเพลงเหล่านี้หลายท่าน ปัจจุบันก็ยังเป็นนักร้องอยู่ อาทิ สวลี ผกาพันธุ์ จิตติมา เจือใจ ดาวใจ ไพจิตร ศรวณี โพธิเทศ รุ่งฤดี แพ่งผ่องใส รังษิยา บรรณกร แพทย์หญิงพันทิวา สินรัชตานันท์ สุดา ชื่นบาน โฉมฉาย อรุณฉาน อุมาพร บัวพึ่ง ฉันทนา กิตติยะพันธุ์ ทิพย์วรรณ ปิ่นภิบาล วิชา วัชรเทพ ชรัมภ์ เทพชัย เชี่ยวชาญ กิตสมบัติไทย และนักศึกษาจากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เป็นนักร้องหมู่ประกอบรายการ

ศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ ได้ขอความร่วมมือมานานแล้วว่า เมื่ออายุได้ 82 ปี ก็อยากจะทำงานเพลงของท่านสักครั้ง ก็ได้กราบเรียนท่านว่า ด้วยความยินดียิ่ง เพราะนอกจากบทเพลงของท่านจะมีคุณค่าและเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์สังคม ท่านยังเป็นนายแพทย์ใหญ่ในมหาวิทยาลัยมหิดล นอกจากนี้ท่านยังเป็นเสาหลักในการก่อร่างสร้างตัววิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่ง ท่านคือประธานในการทำเกณฑ์มาตรฐานดนตรีไทยของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา

ดังนั้น เมื่อท่านดำริที่จะนำผลงานมาเรียบเรียงเสียงประสานใหม่เพื่อบรรเลงโดยวงออเคสตรา ก็มีความยินดีเป็นอย่างยิ่ง ประกอบกับได้แสดงในอาคารมหิดลสิทธาคาร ยิ่งทำให้บทเพลงมีความสมบูรณ์มากขึ้น เพราะในสมัยก่อนนั้น บทเพลงที่เรียกว่า “ลูกกรุง” มีให้ฟังในวิทยุกระจายเสียง ฟังจากแผ่นเสียง ห้องอาหารและในไนต์คลับเท่านั้น น้อยนักที่จะมีการแสดงสดเพื่อการฟัง จะเป็นการกินข้าวเคล้าเสียงเพลงตามร้านอาหารเสียมากกว่า

การนำเพลงดังในอดีตมาทำใหม่ การให้เกียรติคนรุ่นเก่าที่ได้สร้างผลงานไว้กับสังคม ทั้งนักร้อง นักแต่งเพลง และนักดนตรี เป็นเรื่องที่ทำได้ยากสำหรับสังคมไทยในปัจจุบัน เพราะสังคมสมัยใหม่ไม่มีพื้นที่สำหรับคนรุ่นเก่าหรือพื้นที่สำหรับเพลงเก่า ไม่มีพื้นที่ของพิพิธภัณฑ์เพลงเก่า ไม่มีตลาดเพลงเก่า ไม่มีพื้นที่แสดงเพลงเก่า

ยิ่งเพลงเก่ามีเจ้าของ (ลิขสิทธิ์) ทำให้เพลงเก่าทั้งหลายตายเร็วและหายสาบสูญไปเร็วขึ้น

สําหรับการจัดแสดงบทเพลง “51 ปี งานเพลงหมอวราห์ คอนเสิร์ตอิ่มบุญอิ่มใจ” เพื่อจัดหารายได้สมทบทุนสร้างสถาบันการแพทย์จักรีนฤบดินทร์ คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี ซึ่งสามารถซื้อบัตรผ่านไทยทิคเก็ตเมเจอร์ได้ หรือไปซื้อที่หน้างาน (อย่าไว้วางใจนัก) แล้วก็ควรเดินทางไปแต่เนิ่นๆ ภายในบริเวณงานก็จะมีร้านอาหารมิวสิคสแควร์ มีรถบัสรับจากสถานีรถไฟฟ้าบางหว้า สามารถหาข้อมูลได้จากวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล

สำหรับบุคลากรของวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ทุกคนเป็นหนี้ศาสตราจารย์นายแพทย์วราวุธ สุมาวงศ์ ในการแสดงงาน 51 ปี งานเพลงหมอวราห์ คอนเสิร์ตอิ่มบุญอิ่มใจ ครั้งนี้ นอกจากจะได้ช่วยการกุศลแล้ว ยังเป็นการเปิดพื้นที่การแสดงอาคารมหิดลสิทธาคารให้เป็นพื้นที่แห่งชาติอย่างจริงจัง โดยมีโอกาสคารวะครูเพลงรุ่นเก่า ทั้งนักแต่งเพลง นักร้อง และนักดนตรีรุ่นเก่า จึงขอเชิญชวนมิตรรักแฟนเพลงทุกรุ่นไปฟังเพลงเก่าที่นำมาเสนอในรูปแบบใหม่ อย่างน้อยก็เปิดพื้นที่นำอดีตมารับใช้ปัจจุบันเพื่อสร้างสรรค์สิ่งใหม่