“เลขาฯสมช.”ระบุ ติดตามพฤติกรรมนศ.ไปศึกษาตปท. ชี้ มี 100-200 คน มีแนวคิดส่อปกครองตัวเอง เผย “ประวิตร” สั่งตั้งกก.หาแนวทางให้นศ.กลับมามีงานทำ สร้างประโยชน์ประเทศ ยัน ไม่พบไปเกี่ยวข้องกลุ่มไอซิส ที่ประชุมกก.สมช. เห็นชอบร่างพ.ร.บ.ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล เตรียมเสนอครม.ไฟเขียว ต่อไป
เมื่อเวลา 11.30 น. วันที่ 16 มิถุนายน ที่สำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ทวีป เนตรนิยม เลขาธิการสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) กล่าวภายหลังการประชุมคณะกรรมการนโยบายสภาความมั่นคงแห่งชาติทางทะเล ว่า สมช.ได้รายงานผลให้ที่ประชุมรับทราบการดำเนินงานตามที่พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความมั่นคงแห่งชาติ (คสช.)ในฐานะประธานสมช.สั่งการเมื่อวันที่ 11 พฤษภาคมที่ผ่านมา เกี่ยวกับแผนงานและนโยบายต่างๆ เพื่อเสนอเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) พิจารณาเห็นชอบต่อไป นอกจากนั้นรับทราบการติดตามความเคลื่อนไหวของนักศึกษาไทยมุสลิม ที่ได้รับทุนจากต่างประเทศและใช้ทุนส่วนตัวเดินทางไปศึกษาต่อในหลายประเทศ ที่มีประมาณ 4,000-5,000 คนที่ไปศึกษาในประเทศอียิปต์ อินโดนีเซีย ปากีสถาน เป็นต้น พบว่ามีบางกลุ่มมีพฤติกรรมการที่จะมุ่งไปสู่แนวคิดการปกครองตนเองในจังหวัดชายชายแดนภาคใต้ บางคนคิดไปถึงการแบ่งแยกดินแดน ประมาณ 100-200 คน โดยพล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมสั่งการให้จัดตั้งคณะทำงานประกอบด้วยผู้ทรงคุณวุฒิจากหลายด้าน โดยเฉพาะด้านการศึกษา สังคม เพื่อหาแนวทางที่ดีสำหรับนักศึกษามุสลิมในพื้นที่จ.ชายแดนภาคใต้ ในการรับทุนไปศึกษาในต่างประเทศ เพื่อให้นักศึกษาไทยมุสลิมที่ไปศึกษานำความรู้กลับมาใช้ประโยชน์ในทางที่สร้างสรรค์ให้กับประเทศ และเตรียมการให้นักศึกษาดังกล่าวมีโอกาสในการทำงานมากขึ้น เพราะบางคนไปศึกษาวิชาทางศาสนา เมื่อกลับมาอาจมีโอกาสทำงานน้อย จึงให้คณะทำงานพิจารณารอบด้านก่อนคัดกรองนักศึกษามุสลิมว่าสนใจไปศึกษาเรื่องใด ถ้าเป็นวิชาที่กลับมาแล้วจะทำอะไรได้บ้างเราจะพิจารณาเป็นกรณีไป เพราะเราต้องการให้มีอนาคตนำวิชาการกลับมาช่วยประเทศ และหากสนใจไปเรียนด้านวิศวกรรม อาจจะพิจารณาประเทศเยอรมันนี สหรัฐอเมริกา เป็นต้น พร้อมให้สมช.ไปติดตามกลุ่มเหล่านี้และรายงานให้ที่ประชุมทราบต่อไป อย่างไรก็ตามนักศึกษามุสลิมที่ไปศึกษาในต่างประเทศนั้นยังไม่พบว่ามีส่วนไปเกี่ยวข้องเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิสแต่อย่างใด
พล.อ.ทวีปกล่าวว่า ที่ประชุมเห็นชอบร่างพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล หรือพ.ร.บ.ศูนย์ประสานการปฏิบัติในการรักษาผลประโยชน์ของชาติทางทะเล (ศรชล.) ซึ่งหน่วยงานที่เกี่ยวทั้ง 6 หน่วยงาน โดยมีกองทัพเรือเป็นเจ้าภาพหลัก ร่วมกันร่างขึ้นซึ่งเป็นร่างพ.ร.บ.ฉบับแรก ที่เกี่ยวข้องกับการรักษาผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเล และให้เกิดความชัดเจนในการใช้อำนาจหน้าที่ของแต่ละหน่วยงานของรัฐร่วมกันบูรณาการการปฏิบัติงานอย่างมีเอกภาพ เนื่องจากผลประโยชน์แห่งชาติทางทะเลนั้นถือว่ามีมูลค่ามาก ซึ่งสาระสำคัญจะคล้ายกับพ.ร.บ.การรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร โดยมุ่งรักษาผลประโยชน์และอธิปไตยของประเทศไทยทางทะเล ที่มีความสัมพันธ์กับต่างประเทศในหลายประเด็นที่มีพื้นที่กว้างขวาง โดยจะเสนอให้สมช.เห็นชอบจากนั้นจะเสนอให้ครม.เห็นชอบ ก่อนส่งให้สนช.พิจารณาเห็นชอบต่อไป
เมื่อถามว่านักศึกษา 100-200 คนดังกล่าว มีส่วนเชื่อมโยงกับกลุ่มไอซิสหรือไม่ พล.อ.ทวีปกล่าวว่า ตามที่เจ้าหน้าที่เราไปตรวจสอบก็ยังไม่มีความเกี่ยวข้องเชื่อมโยงใดๆ ส่วนการประชุมวันนี้ไม่มีวาระที่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ทางการเมือง

