สารพัดโจ๊กเละๆ ขื่นๆ ที่เรียกเสียงหัวเราะขัดๆ ในระยะไม่กี่วันที่ผ่านมา ทำให้หลายคนตั้งคำถามว่า เรามาถึงจุดนี้ได้ยังไง
คงจะแกล้งๆ ถาม หรือถามเตือนสติกันไปยังงั้นเอง เพราะคำตอบพอจะมองเห็นได้อยู่
ถ้าเชื่อกันว่า การก่อสร้างประชาธิปไตยที่สมบูรณ์แข็งแรง ดีกว่า สะอาดกว่า ทำได้ด้วยการจัดการของผู้รู้ไม่กี่คน ภายใต้สภาพที่เรียกว่า สถานการณ์พิเศษ ก็คงไม่ต้องไปคิดอะไรกันมาก
ถ้าสังคมเดินมาถึงจุดนี้ได้ อะไรก็เกิดขึ้นได้
เพราะประชาธิปไตยเป็นเรื่องของสิทธิเสรีภาพของคนทั้งประเทศ ที่ต่างคนต่างมีอย่างเท่าเทียมกัน
การขับเคลื่อน จะปฏิรูป ปฏิสังขรณ์ ต้องใช้คนหมู่มากมาตัดสินผ่านระบบ “ตัวแทน”
ถ้าระบบตัวแทนมีปัญหา “ซื้อเสียง” ต้องแก้ที่การซื้อเสียง ไม่ใช่แก้ด้วยการล้มเลิกทั้งระบบ
การส่งเสียงแสดงทรรศนะ หรือแม้แต่การลุกไปประท้วงอย่างสันติ เป็นเสรีภาพ และไม่ควรจะถูกมองเป็นความปั่นป่วน หรือเป็นปัญหาความมั่นคง
นี่คือระบบที่ใช้กันเป็นส่วนมากในโลกปัจุบัน ประเทศไทยเอง เวลาแถลงแสดงจุดยืนต่อสังคมโลก ก็ยืนยันว่า ทิศทางของประเทศไม่ได้หนีไปจากระบบนี้
การวิ่งสวนทางหลักการเหล่านี้ ทำให้เกิดความปั่นป่วนผิดเพี้ยนขึ้นในมาตรฐานและระบบต่างๆ
ยิ่งนานวันจะยิ่งเห็นว่า ปัญหาชัดเจนขึ้น
ยกตัวอย่างใกล้ๆ ตัว อย่างการลงประชามติ ซึ่งมี พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ ออกมาใช้บังคับ
แต่มีมาตรา 61 ออกมากำหนดข้อห้ามอย่างกำกวม โดยมีบทลงโทษหนัก ทั้งจำ ปรับและตัดสิทธิทางการเมือง
เรียกเสียงคัดค้านจากฝ่ายต่างๆ จนผู้ตรวจการแผ่นดินเอง ยังลงความเห็นว่า ขัดรัฐธรรมนูญ
การลงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ อันเป็นการระดมความเห็นของคนทั้งประเทศ มาชี้ชะตากฎหมายแม่บทที่ต้องใช้กับคนทั้งประเทศ เป็นวาระที่ประชาชนควรจะมีสิทธิแสดงความเห็น
พรรคการเมือง กลุ่มการเมือง กลุ่มอาชีพ เอ็นจีโอ กลุ่มสิทธิต่างๆ ผู้มีส่วนได้เสีย ควรจะเสนอความคิดความเห็นของตนต่อสังคมได้
เพื่อชี้จุดอ่อนจุดแข็ง ผลดีผลเสียที่จะเกิด และอาจกระทบถึงตัวประชาชน
การกระทำอย่างที่ว่านี้ ควรจะมีกฎหมาย ส่งเสริม รับรอง และคุ้มครองสิทธิการแสดงออกด้วยซ้ำไป
แต่ตรงกันข้าม กลับมีกฎหมายออกมาจำกัด ห้ามปราม แถมยังมีโทษรุนแรง ฯลฯ
การเดินย้อนศรในหลักการสำคัญๆ ส่งผลให้เกิด “วิกฤต” ในหลักเหตุผล แพร่กระจายและรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ จากเรื่องหนึ่งไปสู่อีกเรื่องหนึ่ง จนเกิดปรากฏการณ์ประหลาดๆ อย่างที่ได้เห็นกัน
ถ้าจะให้สบายใจก็อ้างตำราโหร บอกว่า ดาวใหญ่กว่าโลกยังเดินถอยหลังกันบ่อยๆ

