น.ส.วิบูลย์ลักษณ์ ร่วมรักษ์ อธิบดีกรมการค้าภายใน กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่เพาะปลูกปาล์มในจังหวัดภาคใต้ที่ปลูกปาล์มน้ำมันจำนวนมาก เพื่อตรวจสอบการรับซื้อปาล์มน้ำมันจากเกษตรกรของโรงสกัดว่ามีความผิดปกติหรือไม่ และเป็นไปตามกลไกตลาดหรือไม่ หลังตรวจสอบสถานการณ์ราคาปาล์ม พบว่า ผลผลิตใหม่ออกสู่ตลาดมากขึ้น แต่ราคาผลปาล์มสดไม่ลดลง โดยโรงสกัดรับซื้อผลปาล์มสดกิโลกรัมละ 5.6 บาท ขณะที่ต้นทุนปลูกปาล์มของเกษตรกรกก.ละ 3.80 บาท
“เกรงว่าโรงสกัด อาจฮั้วราคากันรับซื้อปาล์มสดในราคาสูง จะเป็นการสร้างความปั่นป่วนให้ราคาปาล์มทั้งระบบ ทั้งที่ปกติผลผลิตเริ่มออกมามากขึ้นราคาจะอ่อนตัวลง หากพบว่าฮั้วกันซื้อจริงก็เข้าข่ายผิดพ.ร.บ.ว่าด้วยราคาสินค้าและบริการ พ.ศ. 2542 มีโทษปรับ 1.4 แสนบาท จำคุก 7 ปี หรือทั้งจำทั้งปรับ”
ทั้งนี้ สาเหตุที่ราคาผลปาล์มสดปรับตัวขึ้นสูง อาจเพราะโรงสกัดมีจำนวนมากกว่าผลผลิตปาล์มทำให้แย่งกันรับซื้อ หรือเพราะผู้ประกอบการโรงสกัดบางรายได้ทำธุรกิจแบบครบวงจร ทั้งปลูกปาล์มและสกัดน้ำมันปาล์ม อาจต้องรับซื้อผลปาล์มสดของตัวเองราคาสูง เพื่อผลักดันให้ราคาตลาดสูงๆ แต่อย่างไรก็ตาม กรมฯจะยังดูแลน้ำมันปาล์มเพื่อบริโภคไม่ให้ราคาสูงขึ้น จากเพดานแนะนำไม่เกิน 42 บาทต่อขวด(1 ลิตร) เพราะพิจารณาจากปริมาณสต๊อกน้ำมันปาล์มดิบที่มีอยู่ 2 แสนตัน และผลผลิตใหม่ที่ออกมาสกัดได้อีก 23,000 – 24,000 ตัน ถือว่าเป็นสต๊อกที่ปลอดภัยและไม่มีปัญหาขาดแคลนแน่นอน แม้ราคาน้ำมันปาล์มดิบอยู่ที่กก.ละ 34.56 บาท โดยจะใช้วิธีการบริหารจัดการแทนการขยับราคา
สำหรับการดูแลสถานการณ์ราคาสินค้าทั่วไป นั้นส่วนใหญ่ไม่ได้เปลี่ยนแปลงราคา ยกเว้นกลุ่มสินค้านมขอตั้งราคาสินค้าใหม่ อ้างเพิ่มขนาดผลิตภัณฑ์และเปลี่ยนสูตรสินค้าใหม่ แต่กรมไม่ให้ปรับขึ้นราคาสินค้าที่เป็นผลิตภัณฑ์เดิม

