นายทวารัฐ สูตะบุตร ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) และโฆษกกระทรวงพลังงาน กล่าวว่า แผนอนุรักษ์พลังงาน 2558 – 2579 (อีอีพี2015) ได้ตั้งเป้าหมายที่ชัดเจนในการประหยัดพลังงานไฟฟ้า 89,672 ล้านหน่วย ในปี 2579 แบ่งเป็นภาคอุตสาหกรรม 31,843 ล้านหน่วย ภาคอาคารธุรกิจ 37,052 ล้านหน่วย ภาคที่อยู่อาศัย 13,633 ล้านหน่วย และภาครัฐ 7,144 ล้านหน่วย ดังนั้น สนพ. โดย กองทุนเพื่อส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน จึงได้ร่วมกับ บัณฑิตวิทยาลัยร่วมด้านพลังงานและสิ่งแวดล้อม มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) จัดทำโครงการแผนปฏิบัติการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงานตามมาตรการเพิ่มประสิทธิภาพการใช้พลังงาน(อีอีอาร์เอส) โดยผู้ให้บริการไฟฟ้ามีระยะเวลาดำเนินโครงการ 1 ปี 6 เดือน (ตุลาคม 2558 – มีนาคม 2560) เพื่อรวบรวมหลักการ แนวปฏิบัติ ประโยชน์ และบทเรียนในการดำเนินมาตรการอีอีอาร์เอส หรือมาตรการใกล้เคียงอื่นๆ ในการส่งเสริมการอนุรักษ์พลังงาน
สำหรับการดำเนินการโครงการอีอีอาร์เอส มีการดำเนินงาน 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 เป็นการรวบรวมผลการศึกษาและประสบการณ์ที่เกี่ยวกับอีอีเอสอาร์จากต่างประเทศและในประเทศ และระยะที่ 2 เป็นขั้นตอนของการประมวลผลและปรับปรุงแผนในระยะยาว เบื้องต้นตามขั้นตอนระยะแรกได้มีการจัดประชุมระดมความคิดเห็นระหว่างผู้ให้ บริการไฟฟ้า และผู้วางนโยบาย ในการดำเนินโครงการอีอีอาร์เอส และจัดประชุมเชิงปฏิบัติการเพื่อให้ผู้ให้บริการไฟฟ้าหลักทั้ง 3 ราย ได้แก่ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.) การไฟฟ้านครหลวง(กฟน.) และการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค(กฟภ.) ร่วมกับสนพ.กำหนดเป้าหมายประหยัดไฟฟ้าในระยะยาว
“โครงการอีอีอาร์เอสถือเป็นส่วนหนึ่งของแผนอนุรักษ์พลังงาน และเป็นมาตรการใหม่ยังไม่เคยดำเนินการในประเทศไทยมาก่อน จำเป็นต้องมีการศึกษารูปแบบกลไกที่เหมาะสมในการนำมาประยุกต์ใช้กับประเทศไทย และกำหนดระบบกลไกตรวจสอบติดตามที่เหมาะสม เพื่อเป็นกลไกที่สำคัญของแผนในระยะถัดไป โดยตั้งเป้าผลประหยัดตามแผน 500 พันตันเทียบเท่าน้ำมันดิบ” นายทวารัฐกล่าว

