นายชาติศิริ โสภณพนิช กรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ กล่าวปาฐกถาพิเศษ เรื่อง การสนับสนุนการค้าและการลงทุนใน CLMVT : บทบาทของสถาบันการเงินในการพัฒนาภูมิภาค ในงานประชุม “CLMVT Forum 2016: Towards a Shared Prosperity” จัดขึ้นเป็นครั้งแรกที่โรงแรมดุสิตธานีว่า กลุ่มประเทศซีแอลเอ็มวีมีจีดีพีขยายตัวเฉลี่ย 6.5-8.5% และคาดว่าจะโตต่อเนื่องระดับนี้ใน 5 ปีข้างหน้า ซึ่งกลุ่มประเทศที่มาลงทุนในซีแอลเอ็มวีจะได้รับสิทธิพิเศษจีเอสพี และต้นทุนที่ต่ำ จึงเป็นแรงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศเข้ามา ทั้งนี้ กลุ่มซีแอลเอ็มวีมีชายแดนเชื่อมต่อกัน จึงเป็นการผสมผสานขีดความสามารถการแข่งขันและเพิ่มศักยภาพให้ภูมิภาคนี้ สำหรับการพัฒนาประเทศไทยก้าวหน้ากว่าประเทศอื่น แต่ด้วยภูมิศาสตร์ที่ไทยอยู่ศูนย์กลาง (ฮับ) มีท่าเรือ สนามบิน ที่เชื่อมต่อไปยังภูมิภาคอื่นได้ ดังนั้น ไทยจึงเป็นเทรดดิ้งพาร์ตเนอร์ และสามารถร่วมลงทุนได้ ซึ่งทั้ง 5 ประเทศ มีประชากรรวมกันกว่า 250 ล้านคน จีดีพีมากกว่า 1 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ สามารถสร้างชัพพลายเชน (ห่วงโซ่การผลิต) และดึงดูดประเทศใหญ่ อาทิ สหรัฐ จีน ญี่ปุ่น ยุโรป เข้ามาลงทุนได้
“กลุ่มซีแอลเอ็มวีที (กัมพูชา ลาว พม่า เวียดนาม ไทย) หากมีการลงทุนร่วมกัน ผสานกำลังอาศัยจุดแข็ง ที่เป็นตลาดมีขนาดใหญ่ เกิดการพัฒนาธุรกิจใหม่ เป็นตลาดน่าลงทุน นำมาซึ่งประโยชน์แบ่งปันกันถ้วนหน้า ทั้ง 5 ประเทศ ซึ่งจุดสำคัญ คือ จะส่งเสริมการค้าการลงทุนอย่างไรเพื่อให้มีการบูรณาการไปทั้งซัพพลายเชน” นายชาติศิริกล่าว และว่า สำหรับภาคการเงินมี 4 บทบาทหลักที่ช่วยสนับสนุน เพราะสถาบันการเงินมีความใกล้ชิดกับลูกค้าอยู่แล้ว บทบาทแรกคือ ร่วมมือใกล้ชิดและให้การสนับสนุน โดยเฉพาะกลุ่มที่ทำธุรกิจชายแดน เพราะการค้าชายแดนขยายตัวอย่างมากและทุกประเทศมีชายแดนเชื่อมต่อกัน สถาบันการเงินอำนวยให้บริษัทต่างๆ สามารถทำงานร่วมพรมแดน และข้ามประเทศ ซึ่งเป็นการส่งเสริมให้เกิดซัพพลายเชนข้ามประเทศด้วย
บทบาทที่ 2 คือการพัฒนาแหล่งทุน การพัฒนาเศรษฐกิจและการลงทุนจะเกิดขึ้นได้ต้องมีฐานทุนที่แข็งแกร่ง ในขณะนี้ ซีแอลเอ็มวีต้องการเงินทุนเพื่อพัฒนา เช่นเดียวกับประเทศไทยในสมัยก่อนที่ได้รับการสนับสนุนเงินทุนจากประเทศที่พัฒนาแล้วขณะนี้ประเทศไทยมีการสะสมความมั่งคั่งและมีเงินออมมากขึ้น จึงถึงเวลาที่จะนำเงินออมไปสนับสนุนการลงทุนในซีแอลเอ็มวี ซึ่งธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ผ่อนเกณฑ์ให้บริษัทไทยไปลงทุนตรง โดยไม่จำกัดการลงทุน กระทรวงการคลังก็ให้รัฐบาลระหว่างประเทศ ออกตราสารหนี้ที่เป็นสกุลเงินบาทในประเทศไทยได้ ทั้งนี้ ลาว เป็นประเทศแรกที่ระดมเงินบาทในประเทศไทย เป็นต้น
บทบาทที่ 3 คือการทำงานร่วมกับหน่วยงานอื่นๆ ลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน เพื่อเป็นรากฐานของเศรษฐกิจ รวมทั้งมีการร่วมปรับปรุงมาตรฐานต่างๆ เพื่อยกระดับการพัฒนาของประเทศทั้งไทยและเพื่อนบ้าน และบทบาทสุดท้าย คือภาคการเงินจะต้องมีบทบาทสำคัญที่ส่งเสริมผู้ประกอบการท้องถิ่นที่ประเทศนั้นที่ไม่สามารถพึ่งพาจากการลงทุนข้ามประเทศจากบริษัทใหญ่ได้ เช่น สตาร์ตอัพ หรือเอสเอ็มอี เพื่อสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืนทั้งซัพพลายเชน

