เมื่อเวลา 16.30 น. วันที่16 มิถุนายน ที่สภ.คลองหลวง จ.ปทุมธานี พล.ต.อ.ศรีวราห์ รังสิพราหมณกุล รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ(รองผบ.ตร.) เปิดเผยหลังการประชุมสรุปผลการปฏิบัติการตรวจค้นวัดพระธรรมกายเพื่อจับกุมพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ว่า กรณีกลุ่มศิษยานุศิษย์นั่งสมาธิ บริเวณทางเข้าวัดพระธรรมกาย เพื่อไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นวัดนั้น ถือว่ามีความผิด หากเจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)ร้องทุกข์มา ทางตำรวจต้องรวบรวมพยานหลักฐานตามขั้นตอนกฎหมาย ทั้งนี้ตำรวจมาในฐานะผู้รักษาความสงบ มาป้องกันเหตุร้ายแรง แต่วันนี้ไม่มีเหตุร้ายแรงเกิดขึ้น ถือว่าดีแล้ว คนไทยด้วยกัน ไม่จำเป็นต้องมาทะเลาะกัน การขอหมายค้นนั้นจะต้องชี้แจงศาลว่าจะให้เจ้าหน้าที่เข้ากี่คน และระบุชื่อด้วยว่าใครบ้าง ไม่ใช่ใครเข้าไปก็ได้ หรือให้กำลัง 5-6 กองร้อยเข้าไป มันไม่ใช่แบบนั้น ศาลจะพิจารณาจึงค่อยอนุมัติหมายค้น หากดีเอสไอขอหมายค้นอีก ก็ประสานมาเราเตรียมกำลังไว้พร้อม
“ส่วนกระแสข่าวเรื่องมือที่สาม เป็นห่วงเรื่องนี้ ถึงวันนี้ยังไม่มีเหตุอะไร ได้สั่งให้เฝ้าระวังต่อไป วันนี้ไม่มีเหตุรุนแรงเป็นเรื่องที่ดี พร้อมเน้นย้ำเจ้าหน้าที่ทุกหน่วยไม่ว่าจะเป็นท้องที่ สันติบาล กองสืบสวน หรือศูนย์สืบสวน ต้องสวมเครื่องแบบเต็มยศเมื่อต้องเข้าไปในวัด ไม่มีนอกเครื่องแบบ หรือไอ้โม่งเด็ดขาด” พล.ต.อ.ศรีวราห์ กล่าว
ด้าน พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา รัฐมนตรีว่าการยุติธรรม เปิดเผยว่า สำหรับการขอหมายค้น ครั้งที่ 2 นั้น ยังไม่ได้รับรายงาน เพราะเป็นแง่กฎหมายเนื่องจากสำนวนทั้งหมดอยู่กับอัยการเรียบร้อยแล้ว ส่วนการเจรจากับวัดพระธรรมกายสำเร็จหรือไม่นั้น ไม่ทราบว่าไปเจรจาอะไรกัน โดยวันที่ 17 มิถุนายนนี้ ตนจะเรียก พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ มาชี้แจงภาพรวมทั้งหมด การปฏิบัติหน้าที่ในวันนี้เป็นไปตามกรอบที่วางไว้เพราะไม่อยากให้มีเรื่องมีราว ส่วนการนำตัวออกมาสามารถทำได้ คือนำกำลังเข้าไป แต่ถามว่าคุ้มหรือไม่ ซึ่งเจ้าหน้าที่ประเมินว่าไม่คุ้ม
“คำตอบมีอยู่แล้วประกาศให้เห็นอยู่แล้วว่าเจ้าหน้าที่ถูกขัดขวาง หากมีผู้ใดขัดขวางต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมาย ขั้นตอนนี้หากประสบความสำเร็จ ถือว่าทำตามที่ผมสั่งไว้ และทำตามที่รัฐบาลห่วงใยไม่ให้เกิดปัญหาความรุนแรง เจ้าหน้าที่ก็ทำตาม ถ้าเราบอกไม่ได้ว่าจะสำเร็จหรือไม่สำเร็จ เพราะสิ่งที่เราต้องการคือเอาตัวผู้ต้องหามาส่งอัยการ แต่ถ้าสูญเสียมากกว่า จึงปล่อยให้เจ้าหน้าที่ทำงานตามขั้นตอนที่วางไว้” พล.อ.ไพบูลย์ กล่าว
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เวลา 17.30 น. พ.ต.อ.ไพสิฐ มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองคดี ดีเอสไอ เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อ พ.ต.อ.เขมพัทธ์ โพธิพิทักษ์ ผกก.สภ.คลองหลวง เพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มที่ขัดขวางไม่ให้เจ้าหน้าที่เข้าไปตรวจค้นพื้นที่วัดพระธรรมกายตามที่ศาลอนุมัติหมายค้น เอาผิดตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 189 ผู้ใดขัดขืนคำบังคับตามกฎหมายของพนักงานอัยการ ผู้ว่าคดีหรือพนักงานสอบสวน ซึ่งให้มาเพื่อให้ถ้อยคำ ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน หรือปรับไม่เกิน 500 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ นอกจากนี้พนักงานสอบสวนได้เชิญ นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เข้าให้ปากคำต่อ พ.ต.ท.ยศวัฒน์ นิติรัจพัฒนคุณ สารวัตร(สอบสวน) สภ.คลองหลวง ในฐานะพยาน ที่เป็นตัวแทนเข้าไปร่วมตรวจค้นวัดพระธรรมกาย พร้อมเจ้าหน้าที่ดีเอสไอด้วย


