หน้าแรก Uncategorized เปลี่ยนวิธีคิ...

เปลี่ยนวิธีคิด เปลี่ยนวิถีโลก “ของขวัญจากประเทศไทยแด่โลกที่ไม่ยั่งยืน”

17.06.16 | 13:10 น.

เพิ่งเปิดตัวไปเมื่อปลายเดือนพฤษภาคม 2559 ที่ผ่านมาในการประชุมนานาชาติ ครั้งที่ 11 หนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง : ของขวัญจากประเทศไทยแด่โลกที่ไม่ยั่งยืน” หนังสือเล่มเดียวที่จัดทำเป็นหนังสือเรื่องหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเป็นภาษาอังกฤษ โดยได้รวบรวมข้อมูลของผลที่เป็นรูปธรรมของการประยุกต์ใช้หลักปรัชญาในทุกสาขา ไม่เฉพาะในภาคเกษตรกรรม

หนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง : ของขวัญจากประเทศไทยแด่โลกที่ไม่ยั่งยืน (Sufficiency Thinking: Thailand’s gift to an unsustainable world)” ตีพิมพ์เป็นภาษาอังกฤษ ครั้งแรก ในปี พ.ศ.2559 โดยมี ศ.ดร.แกลย์ ซี เอเวอรี่ และ ศ.ดร.ฮาราลด์ เบิร์กสไตเนอร์ เป็นบรรณาธิการ

ทั้งนี้ ในหัวข้อเรื่อง “ภาวะผู้นำที่ยั่งยืน” มีเนื้อหาเกี่ยวกับ “ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง” ซึ่งพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานเป็นแนวทางในการนำพาประเทศ

ไทยให้ข้ามผ่านวิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหญ่ของทวีปเอเชียที่เกิดขึ้นในปี พ.ศ.2540 และหลายภาคส่วนในสังคมไทยได้น้อมนำหลักปรัชญานี้ไปเป็นแนวทางปฏิบัติอย่างแพร่หลาย นอกจากนี้ยังมีมุมมองจากนักวิจัยและผู้เชี่ยวชาญชาวไทยจำนวน 20 ท่านเกี่ยวกับการประยุกต์ใช้แนวคิดของความพอเพียงเพื่อทำให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีอย่างมีประสิทธิภาพทั้งในระดับบุคคล ครอบครัว ชุมชน และองค์กรขนาดต่างๆ

pra02170659p2
ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา

ดร.จิรายุ อิศรางกูร ณ อยุธยา ประธานกรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา กล่าวในงานเปิดตัวหนังสือว่า หนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง” สะท้อนถึงประสิทธิภาพในเชิงวิทยาศาสตร์ของหลักแนวคิดของความพอเพียง โดยได้มีการรวบรวมกรณีศึกษาต่างๆ ที่พิสูจน์ความสำเร็จของการนำปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติในทุกภาคส่วน ทั้งในระดับบุคคล ระดับท้องถิ่น และระดับชาติ อาทิ ภาคธุรกิจ การศึกษา สาธารณสุข และการเกษตร เป็นต้น ซึ่งการตีพิมพ์หนังสือออกจำหน่ายในขณะนี้ถือเป็นช่วงเวลาที่เหมาะสม หลังจากที่สหประชาชาติได้ประกาศถึงเจตจำนงระดับสากลในการบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน 17 เป้าหมาย ตั้งแต่เมื่อวันที่ 15 กันยายน 2558 หนังสือเล่มนี้จึงเป็นการแสดงความมุ่งมั่นของเราที่ต้องการแบ่งปันองค์ความรู้นี้สู่โลกภายนอก เพื่อให้บรรลุผลสำเร็จในเป้าหมายเพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

Advertisement

pra02170659p3

ศ.ดร.แกลย์ ซี เอเวอรี่ เล่าถึงที่มาของการจัดทำหนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง” ว่า ได้มีโอกาสเข้าฟังการนำเสนอผลงานของนักวิจัยไทยที่ได้พูดถึงการนำเอาหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงไปปรับใช้กับภาคการศึกษาของไทย รวมถึงธุรกิจในไทยจำนวนมาก และประสบความสำเร็จ รู้สึกประทับใจกับงานวิจัยชุดนั้นและเห็นว่าควรนำเสนองานวิจัยดังกล่าวให้สังคมโลกได้รับรู้ จึงเป็นเรื่องที่ดีและน่าภาคภูมิใจมากที่เราทั้งสอง (ศ.ดร.แกลย์ ซี เอเวอรี่ และ ศ.ดร.ฮาราลด์ เบิร์กสไตเนอร์) ได้เป็นบรรณาธิการของหนังสือเล่มนี้ เพราะอยากให้ประเทศอื่นๆ ได้เรียนรู้จากประเทศไทยที่เป็นต้นแบบของความสำเร็จตามแบบอย่างการพัฒนาที่ยั่งยืนให้แก่โลก

และหากเราใช้แนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงต่อไปในอนาคต สิ่งที่จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอนคือความสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านสังคม เศรษฐกิจ สิ่งแวดล้อม และที่สำคัญที่สุดที่อาจยังไม่ค่อยมีใครพูดถึงคือวัฒนธรรมดั้งเดิม นำไปสู่ความสมดุลที่ยั่งยืน

“ประเทศไทยเป็นประเทศเล็ก ระบบเศรษฐกิจของไทยจึงมีขนาดเล็ก จึงเป็นเรื่องที่คาดไม่ถึงสำหรับคนต่างประเทศว่า ไทยจะมีโมเดลที่สำคัญอย่างปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเช่นนี้เกิดขึ้นที่เมืองไทย ประเทศไทยเป็นผู้นำของโลกในการนำเอาหลักการพัฒนาอย่างยั่งยืนไปใช้ในภาคส่วนต่างๆ ทั่วประเทศจนประสบความสำเร็จ มีผลเป็นรูปธรรม ทั้งในกรณีของการประยุกต์ใช้ในองค์กรต่างๆ เช่น เอสซีจี หรือการพัฒนาพื้นดินที่แห้งแล้งที่แทบไม่มีใครใช้ประโยชน์จากตรงนั้นให้กลับมาเป็นผืนดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ เช่น ที่เขาหินซ้อน นี่เป็นสิ่งที่ทำให้ดิฉันรู้สึกประทับใจมาก ประเทศอื่นๆ จะต้องเรียนรู้จากประเทศไทย”

pra02170659p1
ศ.ดร.ฮาราลด์ เบิร์กสไตเนอร์,ศ.ดร.แกลย์ ซี เอเวอรี่ และ ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา ถ่ายภาพเป็นที่ระลึกร่วมกัน

ดร.ปรียานุช ธรรมปิยา กรรมการมูลนิธิมั่นพัฒนา และหนึ่งในผู้วิจัยในหนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง” กล่าวว่า แนวคิดของความพอเพียง เกิดจากการผสมผสานระหว่างคุณธรรมและปัญญา เพื่อให้บุคคล องค์กร และสังคมเกิดการเปลี่ยนแนวคิดแบบใหม่ ให้ตัดสินใจที่ชาญฉลาด มีเหตุมีผล และเกิดการกระทำที่ถูกต้อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่ดี คือ การมีความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน มีความสามารถในการพึ่งพาตนเอง มีภูมิคุ้มกันในการฟันฝ่าอุปสรรค มีความสามารถในการเผชิญปัญหาและการปรับตัวตามสถานการณ์

“เหนือสิ่งอื่นใด คือ การดำรงชีวิตอย่างมีความสุข ในหนังสือ “แนวคิดของความพอเพียง” ได้รวบรวมผลงานเชิงประจักษ์ว่าแนวคิดของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงใช้ได้ผลจริง ก่อให้เกิดการพัฒนาและความสำเร็จที่ยั่งยืนในแต่ละภาคส่วน อาทิ เกษตรกรรม ธุรกิจทั้งเล็กและใหญ่ ทัณฑสถาน การพัฒนาชุมชน การจัดการทางเศรษฐกิจและสิ่งแวดล้อม สุขภาพ และที่สำคัญคือการศึกษา เพราะการศึกษาคือการสร้างคนขึ้นมา คืออนาคตของชาติ เราดำเนินการส่วนนี้ผ่านการจัดตั้งมูลนิธิยุวสถิรคุณ เพื่อพัฒนาโรงเรียนทั่วประเทศให้เป็นสถานศึกษาพอเพียง”

ผลจากการวิจัยพบว่า เด็กที่ได้รับการบ่มเพาะด้วยแนวคิดของความพอเพียงจะมีจิตสาธารณะ มีวินัย มีความรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ มีแนวคิดอยู่อย่างพอเพียง คำนึงถึงการใช้ทรัพยากรอย่างรู้คุณค่า ทำให้เป็นคนที่ไม่เพียงแต่เก่งวิชาการ แต่ยังมีความสุขและมีภูมิคุ้มกันที่ดีด้วย

นอกเหนือจากหลักในการพัฒนาอย่างยั่งยืนในทั้ง 4 มิติที่หนังสือแนวคิดของความพอเพียงได้มอบให้กับผู้อ่านแล้ว ดร. ปรียานุชบอกว่า “ของขวัญ” ที่หนังสือเล่มนี้ตั้งใจมอบให้คนทั่วโลกก็คือ “วิธีคิดและวิธีการ” เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน

“เราต้องกล้า “เปลี่ยน” วิธีคิดของเรา ทำอะไรต้องไม่มากไป ไม่น้อยไป ไม่เร็วไป ไม่ช้าไป ต้องมีเหตุมีผลอยู่บนหลักวิชาการ มีความไม่ประมาท สุดท้ายแล้วความรู้และคุณธรรมจะกลายเป็นฐานของการพัฒนาที่ยั่งยืน”