“วิษณุ” แจง คสช. มีอำนาจใช้ม. 44 สั่งยุบพรรคได้ ปัดตอบพท.โพสต์แสดงความเห็นต่อเนื่องเป็นการปลุกระดมหรือไม่ บอกเป็นหน้าที่จนท.ที่เกี่ยวข้องเป็นผู้พิจารณา
เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 17 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรีกล่าวกรณีนายสมชัย ศรีสุทธิยากร คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แสดงความเห็นกรณี 17 แกนนำพรรคเพื่อไทย (พท.) แสดงจุดยืนไม่รับร่างรัฐธรรมนูญโดยระบุอาจไม่ผิดพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ว่าด้วยการออกเสียงประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 แต่อาจเข้าข่ายขัดต่อคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) และถึงขั้นยุบพรรคว่า จะปลุกกระแสอะไรขึ้นมาได้หรือไม่นั้น ตนไม่ทราบ แต่ทั้งนี้ยอมรับว่าคำสั่งคสช.มีอำนาจที่จะสั่งยุบพรรคได้ เพราะคำสั่งคสช.ตามมาตรา 44 สามารถทำอะไรก็ได้ ซึ่งจะต้องมีการออกคำสั่งถึงจะมีผล และต้องมีเหตุผลในการออกคำสั่ง ไม่ใช่นึกจะออกคำสั่งก็ออกมา แต่ยังไม่ได้บอกจะทำ ส่วนจะต้องมีความรุนแรงเพียงใดถึงจะออกคำสั่งยุบพรรคได้นั้น ตนไม่ขอตอบและไม่ทราบว่าขณะนี้มีพฤติกรรมหรือมีเรื่องอะไร ขณะเดียวกันที่กกต.ออกมาให้ความเห็นลักษณะนี้เพื่อป้องปรามไม่ให้เกิดความปั่นป่วนรุนแรงในเรื่องของการแสดงความเห็นเพราะเป็นผู้ดูแลกฎหมายประชามติและคงพิจารณาแล้วว่าจำเป็นที่จะต้องเตือน
เมื่อถามว่าคำสั่งมาตรา 44 นึกจะใช้ก็ใช้ได้ใช่หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ใช่ เพราะนึกมาหลายครั้งแต่ก็ไม่ได้ใช้ มีตั้งหลายเรื่องแต่และเรื่องมีเกณฑ์และมีเหตุผลของมันอยู่ ซึ่งแต่ละเรื่องต้องดูผลกระทบว่าสมควรใช้หรือไม่ เรื่องใดที่ต้องการความยั่งยืนถาวรขอแนะนำให้ใช้กฎหมายปกติเพราะว่ามาตรา 44 ไม่ยั่งยืนถาวรอยู่ได้ระยะหนึ่งเท่านั้น เมื่อถามว่ากรณีที่อดีตส.ส.พรรคเพื่อไทย ยังออกโพสต์แสดงจุดเยือนไม่เห็นด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญอย่างต่อเนื่องมองได้ว่าเป็นการปลุกระดมได้หรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า ไม่ทราบ ตนไม่ขอวินิจฉัย แต่หากเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องคิดว่าเข้าข่ายก็ดำเนินการตามกฎหมายได้เพราะมีอำนาจ แต่หากเรื่องไปถึงศาลแล้วศาลพิจารณาว่าไม่เข้าข่ายปลุกระดม ศาลก็ยกฟ้องซึ่งแต่ละขั้นจะมีวิธีกรองอยู่ จึงไม่มีเหตุที่ตนหรือรัฐบาลจะออกมาระบุว่าเป็นการปลุกระดมหรือไม่เป็น เพราะหากตนบอกว่าเป็น แต่เจ้าหน้าที่บอกว่าไม่เป็น ตนก็ทำอะไรไม่ได้ เพราะอยู่ตรงนี้ทำอะไรก็พาดหัวหน้าหนึ่งหมด จึงไม่ขอแสดงความเห็นดีกว่า

