หน้าแรก Uncategorized คสช.ยัน บุกธร...

คสช.ยัน บุกธรรมกายไม่ล้มเหลว ซัดอ้างปชต.ขวางจับ ทำคนรู้หมดแล้วอยู่ฝ่ายใด

17.06.16 | 16:14 น.

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงษ์ กลิ่นพันธุ์ รองหัวหน้าศูนย์ประชาสัมพันธ์ ส่วนงานรักษาความสงบ สำนักงานเลขาธิการคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า การปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ดีเอสไอในการบุกเข้าไปภายในวัดพระธรรมกายเมื่อวันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา ไม่ได้ล้มเหลว เจ้าหน้าที่ได้ใช้ความพยายามอย่างเต็มกำลังภายใต้สถานการณ์ที่มีข้อจำกัด ล่อแหลมที่จะเกิดความรุนแรง ดังนั้นเจ้าหน้าที่จึงต้องพิจารณาอย่างรอบคอบว่าหากดำเนินการต่อไปจะเกิดผลกระทบอย่างไร หากเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปจับโดยมุ่งไปที่ตัวผู้ต้องหาคือพระธัมมชโยเพียงคนเดียวแล้วเกิดความรุนแรง ภาพที่ออกมาก็จะเกิดข้อครหาต่อสาธารณชน และสังคมโลก ว่าเจ้าหน้าที่บุกเข้าไปในสถานที่ปฏิบัติธรรม มีคนนุ่งขาวห่มขาวเต็มไปหมด ดังนั้นการที่เจ้าหน้าที่ถอยก็เพื่อหาวิธีที่เหมาะสมต่อไป ส่วนที่บอกว่าจะมอบตัวเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยโดยสมบูรณ์นั้น เป็นการเปิดเผยตันตนว่าอิงอยู่กับการเมืองฝ่ายใด และเจ้าหน้าที่คงไม่สามารถทำตามได้ คงต้องดำเนินการไปตามกฎหมาย

“แม้จะไม่ได้ตัวผู้ต้องหา แต่เราได้ข้อมูลจากสิ่งที่เห็น ทั้งเรื่องสถานที่ตั้ง พื้นที่ด้านในบางส่วน ภาพกลุ่มแกนนำ นอกจากนั้นยังพบข้อมูลว่า มีพระมาจากภาคใต้ มวลชนจากภาคอีสานที่เดินทางเข้ามา 2 วันก่อนที่เจ้าหน้าที่เข้าไป แน่นอนว่ามวลชนเหล่านี้คือผู้ที่นับถือวัดพระธรรมกายแต่เราก็ต้องดูว่ามีใครบ้างเป็นแกนนำ อีกทั้งดูว่าคนจำนวนมากขนาดนั้นมีองค์ประกอบอย่างไร มีการปฏิบัติอย่างไร” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

เมื่อถามว่า จะมีการตรวจสอบเส้นทางธุรกรรมวัดพระธรรมกาย และกลุ่มผู้สนับสนุนหรือไม่ พ.อ.ปิยพงษ์ กล่าวว่า เจ้าหน้าที่ติดตามอยู่ เรามองว่ามาจากใคร และใครให้การสนับสนุนโดยดูว่าใครให้สิ่งของ หรือ ตัวเงิน ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ไม่ได้พุ่งเป้าไปที่ตัวของ พระธัมมชโยอย่างเดียว แต่เจ้าหน้าที่ติดตามข้อมูลอื่นๆ ด้วย เช่นการที่เราประกาศว่าจะมีการดำเนินคดีกับผู้ขัดขวางการจับกุมของเจ้าหน้าที่ กลุ่มคนที่ขัดขวางก็จะมีการนำผ้ามาปิดหน้าเพื่อไม่ให้ใบหน้าที่แท้จริง

ทีมโฆษก คสช. กล่าวด้วยว่า กองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย (กกล.รส.) คงต้องมีการตั้งด่านตรวจรอบวัดพระธรรมกายเพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัย เพราะกรณีนี้เป็นที่สนใจของสื่อมวลชน และสังคมที่กำลังจับตามองอยู่ก็ต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดเหตุแทรกซ้อน ส่วนกรณีที่วัดมีทั้งบอลลูน และโดรนถ่ายภาพทางอากาศนั้น ก็เป็นอีกประเด็นที่สื่อจะช่วยให้ประชาชนได้เห็นว่า เครื่องมือเช่นนี้มีความจำเป็นเพื่อใช้ในพื้นที่การปฏิบัติธรรมหรือไม่