
จากกรณี นายวีรชาติ โอฬาพิริยกุล อายุ 66 ปี อดีตรองผู้ว่าการการประปานครหลวง ที่ปรึกษาวิศวกรโครงการก่อสร้างโรงแรมหรูของบริษัท เทรเชอร์ เอสเตท จำกัด ถูกคนร้ายใช้ไม้เบสบอลและเหล็กตีหลายแห่งจนเสียชีวิต เหตุเกิดภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงเป็นห้องทำงานไซต์งานก่อสร้างริมถนนหลวง-แพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 16 มิถุนายน ต่อมาวันที่ 17 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุม นายพัฒนะ กวี อายุ 48 ปี กรรมการผู้จัดการ บริษัทวิศวกรที่ปรึกษา พี.เอช.2000 จำกัด ผู้ก่อเหตุ ได้แล้ว
เมื่อเวลา 10.00 น วันที่ 18 มิถุนายน ที่สน.จรเข้น้อย ผู้สื่อข่าวรายงานข่าว เจ้าหน้าที่ห้องควบคุมตัวผู้ต้องหา เบิกตัว นายพัฒนะ ออกมาในสภาพสวมเสื้อเชิ้ต ก่อนจะนำตัว ไปที่ห้องประชุม เพื่อให้ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น พล.ต.ต.ชัยพร พานิชอัตรา ผบก.น.3 และพ.ต.อ.สมเกียรติ สนใจ ผกก.สน.จรเข้น้อย ร่วมกันสอบปากคำเพิ่มเติม
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวว่า เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การปฏิเสธทุกข้อหา วันนี้เดินทางมาสอบปากคำนายพัฒนะ เพื่อประกอบในสำนวนของคดี หากนายพัฒนะยังให้การปฏิเสธว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องเจ้าหน้าที่จะขอให้ชี้จุดระบุว่าช่วงเวลาทั้งก่อนและหลังเกิดเหตุ นายพัฒนะอยู่ที่ใด ก่อนจะดำเนินการตามขั้นตอนของกฎหมาย อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่มีพยานหลักฐานชัดเจนที่จะดำเนินคดีกับ นายพัฒนะ จากนั้นจะนำตัวไปฝากขังต่อที่ศาลจังหวัดมีนบุรี
ต่อมาเวลา 12.00 น. หลังการสอบปากคำนายพัฒนะ นานกว่า 2 ชั่วโมง พล.ต.ท.ศานิตย์ เปิดเผยว่า จากการสอบปากคำผู้ต้องหายังคงให้การปฏิเสธ ก่อนหน้านั้นตนได้รับรายงานมาว่าผู้ต้องหาให้การยอมรับว่าลงมือก่อเหตุเนื่องจากเกิดบันดาลโทสะ แม้ผู้ต้องหาจะให้การปฏิเสธ แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานเพียงพอ ทั้งนี้จะนำเสื้อผ้า รองเท้า เส้นผม และตัดเล็บ ส่งให้กับทางกองพิสูจน์หลักฐาน(พฐ.)ตรวจสอบคราบเลือดและคราบโลหิต
พล.ต.ท.ศานิตย์ กล่าวต่อว่า จากการสอบปากคำเชื่อได้ว่า นายวีรชาติ ผู้เสียชีวิต และนายพัฒนะ ผู้ต้องหา น่าจะมีปากเสียงกันมาก่อน เนื่องจาก โครงการดังกล่าวมีการวางระบบไว้ทั้งหมด 4 ระบบ คือ ประมูล ควบคุม วางระบบ และตรวจสอบ นายพัฒนะมีหน้าที่ควบคุม ส่วนนายวีรชาติ มีบุคลิกเป็นคนตรงๆ วันเกิดเหตุเดินเข้ามาตรวจสอบและอาจจะมีการพูดคุยให้แก้ไขงาน ทำให้นายพัฒนะเกิดความไม่พอใจ เนื่องจากทางนายพัฒนะต้องทำงานให้เสร็จทันเวลาที่กำหนด ทำให้เกิดปากเสียงกันขึ้น อย่างไรก็ตามจากการสอบถามพยานที่เห็นเหตุการณ์บอกว่าวันเกิดเหตุเห็นนายพัฒนะเดินเข้าออกบริเวณที่เกิดเหตุ ทั้งนี้จากการตรวจสอบคาดว่ามีผู้ต้องสงสัยที่เกี่ยวข้องประมาณ 6-7 คน และสอบพยานไปแล้ว 10 ปาก
จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ควบคุมตัวนายพัฒนะ มาชี้จุดจำนวน 5 จุด บริเวณโครงการบริษัท เทรดเชอร์ เอสเตท จำกัด ที่นายวีรชาติเสียชีวิต ภายในตู้คอนเทนเนอร์ที่ดัดแปลงทำเป็นออฟฟิศ ในโครงการริมถนนหลวงแพ่ง แขวงทับยาว เขตลาดกระบัง โดยนายพัฒนะไม่มีท่าทีแสดงถึงอาการเครียดแต่อย่างใด พร้อมยืนยันว่าตนบริสุทธิ์ ไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีดังกล่าว ก่อนเจ้าหน้าที่จะนำตัวไปฝากขังที่ศาลจังหวัดมีนบุรี
