เมื่อเวลาประมาณ 03.00 น. ของวันที่ 19 มิถุนายน ที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร พ.ต.อ.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ได้รับมอบหมายจาก พล.ต.ต.สรไกร พูลเพิ่ม ผบก.ภ.จว.สมุทรสาคร ให้ร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจปราบปรามของ สภ.เมืองสมุทรสาคร, สภ.กระทุ่มแบน, สภ.บ้านแพ้ว, สภ.บางโทรัด และ สภ.โคกขาม รวมถึงกำลังทหารค่ายกำแพงเพชรอัครโยธิน เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง 3 อำเภอ และอาสาสมัครพลเรือน แถลงผลปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมกลุ่มวัยรุ่นที่ออกมาแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะฯ หรือกลุ่มเด็กแว้น โดยมีวัยรุ่นที่ร่วมกันกระทำผิดทั้งสิ้น 89 คน ซึ่งก็มีทั้งที่อายุเกิน 18 ปี และอายุยังไม่ถึง 18 ปี พร้อมกันนี้ยังมีของกลางเป็นรถจักรยานยนต์ที่ใช้ในการแข่งขันอีก 81 คัน โดยในช่วงที่มีการแถลงผลการจับกุมกลุ่มเด็กแว้นจากทั้ง 3 อำเภอนั้น ก็มีพ่อแม่ผู้ปกครองของกลุ่มวัยรุ่นที่กระทำผิดจำนวนมากมายืนดูรอบๆ ด้วย
พ.ต.อ.สุรจิต ชิงนวรรณ์ รองผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร เปิดเผยว่า การจับกุมกลุ่มเด็กแว้นเหล่านี้เป็นไปตามนโยบายของรัฐบาลและคำสั่งของ คสช.ที่ 22/2558 สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ตำรวจภูธรภาค 7 และกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาคร ในเรื่องมาตรการป้องกันและแก้ไขปัญหาการรวมกลุ่มแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะในช่วงเวลากลางคืน อันก่อให้เกิดความเดือดร้อนให้กับประชาชนที่สัญจรไปมาบนถนนสายสำคัญต่างๆ ซึ่งในส่วนของจังหวัดสมุทรสาคร ได้แก่ ถนนพระราม 2, ถนนเศรษฐกิจ, ถนนบ้านแพ้ว-พระประโทน, ถนนพุทธสาคร, ถนนเพชรเกษม และถนนสายหลักในพื้นที่ความรับผิดชอบของโรงพักทั้ง 5 แห่ง
สำหรับผู้ที่ถูกจับกุมทั้งหมดนั้น ในส่วนของผู้ที่อายุเกิน 18 ปีขึ้นไป ก็จะต้องถูกนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมาย ส่วนเยาวชนที่อายุยังไม่ถึง 18 ปี ก็จะต้องถูกทำประวัติไว้ แล้วให้พ่อแม่ผู้ปกครองมารับตัวกลับไป แต่หากพบมีการกระทำผิดซ้ำอีก ก็จะต้องมีการดำเนินคดีกับพ่อแม่ผู้ปกครองด้วย ส่วนแผนปฏิบัติการกวาดล้างจับกุมกลุ่มผู้ที่แข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะในช่วงเวลากลางคืนนั้น ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัดกองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดสมุทรสาครจะดำเนินการอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นจึงขอความร่วมมือพ่อแม่ผู้ปกครองให้ดูแลบุตรหลานอย่างใกล้ชิด อย่าปล่อยให้ออกมาแข่งรถยนต์และรถจักรยานยนต์ในทางสาธารณะฯ ช่วงเวลากลางคืน อันจะเป็นการก่อความเดือดร้อนให้แก่ผู้ใช้รถใช้ถนนในทุกๆ เส้นทาง และยังจะต้องถูกดำเนินคดีตามกฎหมายอีกด้วย

