แฟนบอล โครเอเชีย สร้างความตกตะลึงให้กับคนดูฟุตบอลยูโร 2016 คู่ระหว่าง เช็ก และโครเอเชียอย่างมาก หลังจากที่พวกเขาขว้างพลุแฟลร์ลงไปสนาม ทั้งๆ ที่ทีมยังนำอยู่ 2-1 จนทำให้เกิดความเสียหายกับความสวยงามของฟุตบอล ที่กำลังฟาดแข้งกันอย่างสนุก
สาเหตุที่พวกเขาทำ คือ การประท้วง สหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชีย ที่มีการล็อกผลการแข่งขันอย่างชัดเจน แต่ ดาวอร์ ซูเคอร์ ประธานสหพันธ์กลับออกมาปฏิเสธ และอีกเรื่องคือ ซดราฟโก้ มามิช ซีอีโอของ ดินาโม ซาเกร็บ ทีมดังของลีกที่ทุจริตเงินของสโมสรไปถึง 11.1 ล้านปอนด์ หรือประมาณ 555 ล้านบาท ตั้งแต่ปี 2008 ก่อนจะถูกจับกุมเมื่อเดือนพฤศจิกายน ปีที่แล้ว
ขณะที่ โซรัน มามิช น้องชายของซีอีโอรายนี้ก็โดนจับในคดีเลี่ยงภาษีการย้ายทีมของ ลูก้า โมดริช จากดินาโม ซาเกร็บไป สเปอร์ส เมื่อปี 2008 รวมทั้งการย้ายทีมของ เดยัน ลอฟเรน จากซาเกร็บไป ลียง เมื่อปี 2010 อีกคดี
มามิชลาออกจากตำแหน่งซีอีโอของสโมสรไปเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา แต่ยังคงมีบทบาทในสหพันธ์ฟุตบอลโครเอเชียในฐานะผู้บงการซูเคอร์อยู่ข้างหลัง ปัญหาล้มบอลก็ยังเกิดขึ้นเรื่อยๆ จนทำให้แฟนบอลเลือกหนทางการต่อต้านปัญหานี้กันเองทั้งในการแข่งขันฟุตบอลลีกในประเทศ แมตช์เตะของทีมชาติ ปี 2014 พวกเขาไปขว้างพลุแฟลร์แบบนี้มาแล้ว ในแมตช์ที่โครเอเชียเจอกับ อิตาลี ที่สนามซานซิโร่
จนสหพันธ์โดนปรับเงิน 80,000 ยูโร หรือ 3.2 ล้านบาท และเมื่อเดือนมิถุนายนปีที่แล้ว แฟนบอลโครแอตก็โยนเครื่องหมายสวัสดิกะของนาซีลงมาในสนามก่อนเกมรอบคัดเลือก ยูโร 2016 ระหว่างโครเอเชียและอิตาลีอีกครั้ง และโดนยูฟ่าลงโทษปรับเงิน 100,000 ยูโร (4 ล้านบาท) และสั่งให้ปิดสนาม 1 ฝั่งความจุ 8,000 คน ในการเล่นในบ้านนัดต่อไป
คู่ระหว่าง ตุรกีและ สเปน ก็มีการโยนพลุแฟลร์เช่นกัน มีแฟนเติร์กถูกจับกุมตัว 7 คน และมีชาวฝรั่งเศสเชื้อสายตุรกีถูกจับเพิ่มอีก 3 รายจากข้อหาพยายามเอาพลุแฟลร์เข้าไปในสนาม ก่อนหน้านั้นแฟน รัสเซีย ก็เคยจุดพลุในแมตช์ที่เตะกับ อังกฤษ รวมทั้งมีอีกหลายชาติที่ฮูลิแกนเปิดฉากซัดกันนัวอย่างต่อเนื่อง ทำให้ยูโร 2016 กลายเป็นทัวร์นาเมนต์ที่แปดเปื้อนไม่น้อย
ขอปิดท้ายด้วยคำพูดของ อันเต้ ซาซิช กุนซือโครเอเชียกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า “คนเหล่านี้เรียกตัวเองว่าแฟนบอล แต่เอาจริงๆ พวกเขาเป็นผู้ก่อการร้ายในเกมกีฬามากกว่า”

