นายอนุสรณ์ เอี่ยมสะอาด รักษาการรองโฆษกพรรคเพื่อไทยกล่าวว่า ทีมเศรษฐกิจรัฐบาลไม่สามารถตอบคำถามที่นายพิชัย นริพทะพันธุ์ คณะทำงานเศรษฐกิจพรรคเพื่อไทยตั้งคำถามเศรษฐกิจ 8 ข้อได้ เท่ากับรัฐบาลยอมรับว่าตั้งแต่เข้ามาบริหารประเทศทำให้เศรษฐกิจเสื่อมถอยจริง และเศรษฐกิจเป็นรูปตัว L ตามที่ ดร.วีรพงษ์ รามางกูร อดีตรองนายกฯ บอกไว้ ซึ่งสาเหตุหลักมาจากความไม่มั่นใจของต่างประเทศที่ประเทศยังไม่เป็นประชาธิปไตย ซึ่งหากรัฐธรรมนูญใหม่ยังไม่สามารถสร้างความมั่นใจให้กับต่างประเทศได้ เพราะขนาดยูเอ็นยังมีข้อท้วงติง 11 ข้อตั้งแต่ก่อนจะนำมาทำประชามติ เศรษฐกิจก็จะไม่สามารถฟื้นได้ และรัฐบาลก็ยอมรับเองว่ารัฐธรรมนูญมีปัญหาจริงถึงต้องออก ม. 44 ออกมาแก้เรื่องเรียนฟรีเป็น 15 ปี ซึ่งประชาชนยังสับสนว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ โดยนายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญก็หายตัวไปเลย แทนที่จะออกมายอมรับว่าเรื่องนี้ กรธ. ได้ทำผิดไปแล้วใช่หรือไม่ และยังมีเรื่องใดบ้างที่ กรธ.ทำผิดอีก เช่น ส.ว.ที่มาจากการแต่งตั้งทั้งหมด แถมยังจะให้มาโหวตเลือกนายกรัฐมนตรีได้นี้ เป็นประชาธิปไตยแท้จริงหรือไม่ อย่าทำให้ประชาชนรู้สึกว่า การทำประชามติ เป็นเหมือนการนำกระบวนการประชาธิปไตยมาฟอกขาวรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง ที่ประชาคมโลกไม่ยอมรับ เพราะประชาชนรู้ทันกันแล้ว
นอกจากนี้รัฐบาลจะต้องออกมาอธิบายกับประชาคมโลกที่ไม่เข้าใจว่าการตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติผิดตรงไหน ซึ่งในอดีตนายสมชัย ศรีสุทธิยากร กกต. และ พล.อ.สายหยุด เกิดผล ก็เคยตั้งองค์กรกลางขึ้นมาตรวจการโกง อีกทั้งรัฐบาลจะต้องหาคนรับผิดชอบเรื่อง GT 200 ที่มีผู้ที่เคยออกมารับประกันว่าอุปกรณ์ดังกล่าวใช้งานได้จริงหลายคน เช่นนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ พญ.คุณหญิง พรทิพย์ โรจนสุนันท์ พล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด เป็นต้น ซึ่งน่าจะเกี่ยวข้องกับคนในรัฐบาลหลายคน โดยในต่างประเทศได้ยึดทรัพย์บริษัทที่ผลิตแล้วในข้อหาหลอกลวง

