เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 20 มิถุนายน ชั้นล่างอาคารกองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) ถ.วิภาวดีรังสิต พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร. พร้อมพล.ต.อ.พงศพัศ พงษ์เจริญ รอง ผบ.ตร. พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.พรชัย เจริญวงค์ ผบก.ปส.3 พล.ต.สมพงษ์ แจ้งจำรัส ผบ.กกล.ผาเมือง พ.ต.อ.วรวิทย์ ไวถนอมสัตว์ รอง ผบก.ปส.1 ร่วมกันแถลงจับกุมยาเสพติดจำนวน 3 คดี ผู้ต้องหา 5 คน พร้อมยาบ้า 1,495 มัด รวมประมาณ 2,990,000 เม็ด ยาไอซ์ จำนวน 52 กิโลกรัม เคตามีน 50 กิโลกรัม และของกลางอื่นๆ อีกหลายรายการ รวมมูลค่ากว่า 1,600 ล้านบาท
คดีแรกจับกุมตัวนายสราวุธ เกษรบัว อายุ 25 ปี ชาว จ.นนทบุรี นายณรงค์ศักดิ์ สมบูรณ์ อายุ 25 ปี ชาวจ.นนทบุรี และน.ส.ปัทมา หอมเลย อายุ 29 ปี ชาวจ.สมุทรสงคราม พร้อมของกลางยาบ้า 1,045 มัด รวมประมาณ 2,090,000 เม็ด ไอซ์ 52 กิโลกรัม เคตามีน 50 กิโลกรัม โดยจับกุมตัวนายสราวุธได้ที่ลานดินริมถนนก่อนถึงทางเข้าวัดไผ่เหลือง ถ.บางใหญ่-บางคูลัด ต.บางม่วง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี จับกุมนายณรงค์ศักดิ์ และน.ส.ปัทมา ได้ที่ริมถนนทางคู่ขนาน วงแหวนรอบนอกกรุงเทพมหานครฝั่งตะวันตก ต.บางแม่นาง อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เมื่อเวลา 14.50 น. เมื่อวนที่ 18 มิถุนายนที่ผ่านมา
พล.ต.ต.ทนงศักดิ์ เปิดเผยว่า ตำรวจชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับว่ามีกลุ่มผู้ค้ายาเสพติดรายใหญ่ นัดหมายส่งมอบยาเสพติดกันที่บริเวณห้างสรรพสินค้าเทสโก้ โลตัส พลัสมอลล์สาขาบางใหญ่ โดยเป้าหมายใช้รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้า วีออส สีดำ ทะเบียน สษ9628 กรุงเทพมหานคร จึงได้นำกำลังกระจายตามจุดต่างๆ เพื่อเฝ้าสังเกตการณ์ ต่อมารถยนต์เก๋งคันดังกล่าวขับวนไปมา โดยมีนายสราวุธ เกษรบัว (ทราบชื่อภายหลัง) ลงมาจากรถและเดินไปยังรถตู้ยี่ห้อโตโยต้าคันของกลาง ซึ่งจอดอยู่บริเวณลานจอดรถภายในห้าง และได้ขับรถตู้ออกไป เจ้าหน้าที่จึงได้ติดตามตัวกระทั่งพบแล้วสกัดให้หยุด จากนั้นจึงแสดงตัวเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อตรวจค้น พบไอซ์ 52 ถุง น้ำหนัก 52 กิโลกรัม เคตามีน 50 ถุง น้ำหนัก 50 กิโลกรัม และยาบ้าจำนวน 1,045 มัด ประมาณ 2,090,000 เม็ด ซุกซ่อนอยู่ภายในรถตู้ เจ้าหน้าที่จึงทำการยึดไว้เป็นหลักฐานควบคุมตัว จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้สกัดรถยนต์เก๋งวีออส สีดำ และขอตรวจค้นพบนายณรงค์ สมบูรณ์ และน.ส.ปัทมา หอมเลย จึงได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไว้
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1(ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

คดี 2 จับกุมนายพะแดดู หรือ แสบ ศรีใบหนา อายุ 30 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ และนายเฉลิม หรือ แก้ว เม็ดโท อายุ 26 ปี ชาวจ.เชียงใหม่ พร้อมยาบ้า 50 มัด รวม100,000 เม็ด บรรจุอยู่ในถุงปุ๋ยจำนวน 1 ถุง รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีดำ ทะเบียน ผห 4206 เชียงใหม่ 1 คัน รถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า รุ่นไมตี้เอ็กซ์ สีเขียว ทะเบียน ผว 2102 เชียงใหม่ 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง โดยสามารถจับกุมนายนายพะแดดู ได้ภายในร้านอาหารวิไลพรเลขที่ 164 หมู่ 12 ต.หางดง อ.ฮอด จ.เชียงใหม่ ส่วนนายเฉลิม ถูกจับกุมได้บริเวณริมถนนฝั่งตรงข้ามร้านอาหารวิไลพร เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่ 16 มิถุนายนที่ผ่านมา
พล.ต.ต.พรชัย เปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งจากสายลับว่านายพะแดดู และนายเฉลิม มีพฤติการณ์ลักลอบลำเลียงยาบ้าจำนวนมากมาจำหน่ายให้กลุ่มผู้ค้าในจ.เชียงใหม่ และพื้นที่ภาคเหนือ โดยผู้ต้องหาได้ติดต่อมายังสายลับเพื่อให้หาลูกค้าให้ เจ้าหน้าที่จึงวางแผนจับกุมโดยให้เจ้าหน้าที่อำพรางไปกับสายลับเพื่อตกลงเจรจาเงื่อนไขในการซื้อขายยาเสพติด 100 มัด ประมาณ 200,000 เม็ด แต่นายพะแดดู แจ้งว่ามียาบ้าเพียง 50 มัด ประมาณ 100,000 เม็ด ก่อนนัดส่งยาบ้ากันบริเวณสถานที่จับกุม เมื่อถึงเวลานัดหมายนายพะแดดูและนายเฉลิม ได้นำยาบ้ามาส่งให้สายลับเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมได้พร้อมของกลางดังกล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท1 (ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมายและจำหน่ายโดยไม่ได้รับอนุญาต ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
คดี 3 ตรวจยึดรถเก๋งฮอนด้าซิตี้ สีบรอนซ์ ทะเบียน ญย 5672 กรุงเทพมหานคร พร้อมของกลางยาบ้า 400 มัด รวม 800,000 เม็ด โดยสามารถตรวจยึดได้ที่บริเวณสะพานบ้านขาม หมู่ 13 ต.พลับพลาไชย สี่แยกหนองกุฎิ ต.พลับพลาไชย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี
พล.ต.ต.พรชัย เปิดเผยว่า ก่อนเกิดเหตุชุดจับกุมได้รับแจ้งจากสายลับ ว่ามีกลุ่มนักค้ายาเสพติดหลบหนีโดยใช้รถกระบะยี่ห้ออีซูซุ สีขาว จะลักลอบลำเลียงยาเสพติดไปให้กับผู้ค้ายาเสพติดในพื้นที่จ.สุพรรณบุรี และพื้นที่ใกล้เคียง จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์เรื่อยมา จากนั้นพบว่ากลุ่มผู้ต้องหาได้ไปเปิดห้องพักในเขตอ.แม่สาย จ.เชียงราย จึงได้เฝ้าติดตาม กระทั่งวันที่ 16 มิถุนายน พบว่ารถกระบะคันดังกล่าวได้มุ่งหน้าไปทางจ.นครสวรรค์ จนเข้าพื้นที่จ.สุพรรณบุรี และรถกระบะคันดังกล่าวได้จอดรออยู่หน้าปั๊มแก๊ส ต่อมามีรถยนต์เก๋งยี่ห้อฮอนด้า ทะเบียน ญย 5672 กรุงเทพมหานคร ขับมาชะลอตรงบริเวณที่รถกระบะจอด จากนั้นได้ขับนำและรถกระบะขับตามมุ่งหน้าไปยัง อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี จากนั้นผู้ต้องหาทั้ง 3 คนได้ลงจากรถและขนย้ายกระสอบที่บรรจุยาบ้าในท้ายกระบะมาไว้ในรถยนต์เก๋ง จากนั้นทั้ง 2 คันได้แยกไปคนละทาง เจ้าหน้าที่ตำรวจได้สะกดรอยตามรถเก๋งคันดังกล่าวมาจนติดไฟแดง ที่แยกกุฎิ ต.ดอนกำยาน อ.เมือง จ.สุพรรณบุรีตำรวจจึงได้แสดงการตรวจค้น แต่ผู้ต้องหาได้ใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิด ขนาด ยิงใส่เจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นเหตุให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้รับบาดเจ็บจำนวน 1 นาย ก่อนจะถอยรถชนรถเจ้าหน้าที่ที่จอดอยู่ทางด้านหลัง และได้ขับหลบหนีไปทางถนนสระกระโจม จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ติดตามตัวพบรถเก๋งคันดังกล่าวจอดบริเวณซอยเปลี่ยว แต่ไม่พบผู้ต้องหาภายในรถ แต่พบของกลางเป็นกระสอบบรรจุยาบ้าจำนวน 8 กระสอบ จำนวน 400 มัด ประมาณ 800,000 เม็ด
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จะนำของกลางทั้งหมดส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.3 เพื่อติดตามเจ้าของมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

พล.ต.อ.พงศพัศ กล่าวว่า จากลักษณะหีบห่อยาบ้าทั้ง 3 คดีที่ยึดได้เชื่อว่าลำเลียงมาจากประเทศเพื่อนบ้านผ่านชายแดนจังหวัดภาคเหนือ ส่วนยาเค และยาไอซ์ น่าจะมาจากโรงงานเดียวกันพร้อมยืนยันตำรวจจะเดินหน้าปราบปรามยาเสพติดอย่างต่อเนื่อง โดยจะบูรณาการกับทุกหน่วยงาน ส่วนกรณีที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมมีแนวคิดให้ยาเมทแอมเฟตามีนเป็นยาในการบำบัดผู้เสพอย่างถูกกฎหมายนั้น ตนเห็นด้วยซึ่งเป็นไปตามนโยบายก่อนหน้านี้ที่ให้ผู้เสพเป็นผู้ป่วย ส่วนการที่จะกำหนดให้ตัวยานี้ถูกกฎหมายนั้นเป็นกระบวนการของกระทรวงสาธารณสุข และแพทย์ที่กำลังวิเคราะห์ว่าจะนำตัวยาใดบ้างมาใช้บำบัดผู้เสพ เบื้องต้นจากการศึกษาก็พบว่ามีสารตั้งต้นของยาบ้า แต่ส่วนการปราบปรามยาบ้าซึ่งยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายนั้น ตำรวจก็จะยังดำเนินการต่อเนื่องควบคู่กันไป
พล.ต.ท.เรวัช กลิ่นเกษร ผบช.ปส. กล่าวว่า แนวคิดการนำสารเมทแอมเฟตามีนมาใช้บำบัดผู้เสพเป็นกระบวนทางการแพทย์ แต่ไม่ใช่การทำยาบ้าให้ถูกกฎหมาย

