นายกฯ เผยยกหูคุยบันคีมุน ยันเข้าใจทุกเรื่อง ย้ำถึงเวลาประเทศต้องเดินหน้า ไล่พวกสร้างปัญหาไปอยู่ในส้วม ชี้อนาคตต้องลดข้าราชการ
เมื่อเวลา 11.00 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่ตึกสันติไมตรีทำเนียบรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เป็นประธานและกล่าวปาฐกถาพิเศษในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือโครงการผู้นำเพื่อการพัฒนาการศึกษาที่ยั่งยืน CONNEXT ED (The Leadership Program for School Partner) ภายใต้โครงการสานพลังประชารัฐ ด้านการศึกษาพื้นฐาน และการพัฒนาผู้นำ โดยกล่าวตอนหนึ่งว่าประวัติศาสตร์คืออนาคต ซึ่งอย่างน้อยรัฐบาลก็ได้วางยุทธศาสตร์ชาติไว้อีก 20 ปี โดยเฉพาะการปฏิรูปประเทศ ซึ่งทุกคนต้องนำไปสู่การปฏิบัติให้ได้ วันนี้เราต้องสร้างความสมดุลระหว่างสติปัญญา และจิตใจเพื่อสร้างมาตรฐานบ้านเมืองให้มีความเข้มแข็ง ขณะนี้ตนเริ่มเห็นรอยยิ้มของทุกคนทำให้มีกำลังใจมากขึ้นในการทำงาน ปัญหาของโลกมีมากทั้งเรื่องความขัดแย้ง ภัยพิบัติ อากาศเปลี่ยนแปลง ภัยจากพวกเดียวกันเองโดยเฉพาะคนไทยด้วยกัน
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า วันนี้ตั้งแต่เช้ามาเจอแต่สิ่งดี ๆ โดยเช้าวันเดียวกันนี้ตนได้พูดคุยกับนายบัน คี มุน เลขาธิการสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ผ่านทางโทรศัพท์ ประมาณ 30 นาทีซึ่งส่วนใหญ่ตนเองเป็นคนพูดประมาณ 25 นาที โดยทางเลขาฯยูเอ็น ก็ตอบรับเพียงตกลง ซึ่งที่ผ่านมาเลขาฯ ยูเอ็น ก็รับฟังตนมาตลอดตนพยายามอธิบายทุกอย่างเพื่อให้เกิดความเข้าใจ และพร้อมที่จะชี้แจงทุกเรื่อง ซึ่งไม่อยากให้มีความกังวลไม่ว่าจะมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น ทุกคนก็ให้โอกาสตนได้ชี้แจงเสมอโดยเฉพาะช่วงที่เดินทางไปต่างประเทศ ทุกคนก็ยินดีกับเรา ในการที่จะทำงานต่างๆ เพื่อประเทศไทย และมิตรประเทศ
“วันนี้เราไม่ได้ทำเพื่อผม ไม่ได้ให้คนชื่อพล.อ.ประยุทธ์ แต่ทำให้กับประเทศและส่วนรวม ซึ่งก็ได้จบไปแล้ว หลังจากที่ผมได้พูดคุยกับเลขาฯยูเอ็นก็ได้พบกับรมว.ต่างประเทศกัมพูชา ถือเป็นเพื่อนบ้าน และมิตรประเทศ ซึ่งได้คุยกันหลายประเด็นในการหารือร่วมกันในกระทรวงการต่างประเทศ ซึ่งทุกอย่างต้องมีข้อสรุปให้ได้ โดยเฉพาะการให้ความสำคัญเรื่องการศึกษา ซึ่งอยู่กับผู้บริหารนั่นก็คือการเมืองว่าให้ความสำคัญแค่ไหนวันนี้แม้ผมจะทำหน้าที่การเมืองแต่ผมไม่ใช่นักการเมือง ผมต้องการทำให้กับทุกคน เพื่อการศึกษาไม่ใช่ทำให้คนมีคุณวุฒิอย่างเดียว แต่จะต้องทำให้มีทั้งจริยธรรมและคุณธรรม ซึ่งยอมรับว่าเป็นเรื่องที่สอนยาก ทั้ง ๆ ที่ความจริงคนไทยทุกคนมีเรื่องเหล่านี้อยู่แล้ว แต่บางครั้งก็หลงลืมมีอะไรมาบิดเบือนไปบ้าง ทำให้คนไทยที่เคยมีน้ำใจ มีรอยยิ้มสยาม มีจิตสำนึก เผื่อแผ่แบ่งปัน หายไป ทุกศาสนาก็สอนไว้ ผมไปอินเดียมาขอแบ่งบุญมาให้กับทุกคน มีโอกาสได้ไปสวดมนต์ ใต้ต้นโพธิ์ที่องค์พระพุทธเจ้าทรงตรัสรู้โดยสวดเสร็จก็ฮือฮา เนื่องจากมีฝนตกลงมา ซึ่งหลายเดือนแล้วที่ฝนไม่ตก ก็ไม่รู้ว่าจะเป็นหวัดหรือเปล่า แต่ไม่เป็นไรผมสู้ได้ เช้านี้ก็ดีขึ้นไม่ต้องกลัวว่าผมจะป่วย เพราะผมป่วยไม่ได้อยู่แล้ว ไม่มีป่วย เป็นทหารมาเกือบ40 ปี ไม่เคยลาป่วยสักครั้งเดียว ก็ไม่รู้ว่าเพราะอะไร แต่วันนี้มีคนพยายามจะทำให้ผมป่วยอยู่เรื่อยไม่มีทาง ผมมียาดีอยู่แล้ว ไม่ต้องกลัวยาของผมอยู่ที่ใจ ซึ่งผมพร้อมที่จะทำงานให้กับทุกคน เป็นสิ่งที่ผมยึดมั่นตลอดมา” นายกฯ กล่าว
นายกฯ กล่าวว่า โครงการผู้นำเพื่อการศึกษาที่ยั่งยืน ถือเป็นมิติใหม่ในการพัฒนาการศึกษา มีภาคเอกชนภาคธุรกิจเข้ามามีส่วนร่วม ที่ผ่านมาหลายคนระบุว่า รัฐทำให้การศึกษามีปัญหา ซึ่งจะไม่มีได้อย่างไรในเมื่อเราไม่ให้ความสำคัญมากนัก ข้าราชการครูเองก็ลำบาก ซึ่งก็ต้องโทษคนที่เข้ามาบริหารประเทศ ตนก็คาดหวังว่าคนที่จะมายืนแทนตนจะต้องทำแบบที่ตนเองทำอยู่ ซึ่งทั้งหมดบรรจุไว้ในแผนปฏิรูปแล้ว ทุกอย่างจะต้องสอดคล้องกันกับแผนปฏิรูปประเทศส่วนเรื่องของการเมืองก็เดินไปตามครรลองอยากทำอะไรก็ทำ แต่สิ่งที่เป็นเพื่อชาติก็ต้องทำอะไรที่เป็นความก้าวหน้า เป็นความเติบโตของประเทศ ประชาชน ต้องทำเป็นโครงการระยะยาว ส่วนการเมืองก็แบ่งกันไป จึงจะเรียกว่าเป็นการเมืองที่มีประชาธิปไตยที่ถูกต้อง เป็นสากลนโยบายพรรคก็เป็นเรื่องของนโยบายพรรค เพื่อให้ได้คะแนนเสียงก็ว่าไป แต่อย่าทำให้ประเทศชาติต้องถอยหลัง หรือติดกับดักตัวเอง เหมือนที่เคยเป็นมาแต่ส่วนตัวคิดว่ามันต้องดีขึ้น
“ปัญหาของประเทศไทย คือการติดกับดักตัวเอง โดยเฉพาะเรื่องของกฎหมาย เพราะฉะนั้นจากนี้ไปเราอย่ามัวแต่คิดถึงตัวเองเพียงอย่างเดียวต้องคิดถึงคนอื่นด้วย พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงรับสั่งไว้ว่าจะต้องทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดที่ผ่านมาเราทิ้งโอกาสให้เป็นวิกฤตปล่อยให้ผมสู้คนเดียว วันนี้ต้องช่วยผมด้วย ให้ผมสู้คนเดียวผมสู้ได้แน่นอน แต่ถ้าทุกคนช่วยก็จะเสร็จเร็วขึ้น อย่าไปสร้างความขัดแย้ง อย่าไปคล้อยตาม เพราะบางคนไม่ได้หวังดีกับเรามาก ผมไม่ได้อวดอ้างที่พวกผมเข้ามาเพราะพวกผมรักชาติอยู่คนเดียว มันไม่ใช่ แต่อย่าลืมว่าแผ่นดินนี้พวกผมสละชีวิตรักษาเอาไว้ให้พวกท่าน ผมจะปล่อยให้ใครมาทำลายไม่ได้ ก็ไปช่วยกันดูว่าใครทำลายบ้างทหารของผมทั้ง 3 เหล่าทัพตายไปไม่รู้กี่คน บรรพบุรุษไทยก็ร่วมกันต่อสู้แล้ววันนี้เราจะมาแตกแยก แบ่งแยกก็เพราะคนไม่กี่คนอย่างนั้นหรือกฎหมายอยู่ตรงไหนก็ว่ากันตรงนั้นและสิ่งที่สำคัญที่สุด การศึกษาต้องสอนให้คนเคารพกฎหมาย แล้วจะสามารถแก้ปัญหาเรื่องการทุจริตคอร์รัปชั่นได้ ผมขอยืนยันอีกครั้งว่าจะไม่ยอมให้เกิดการทุจริตอย่างเด็ดขาด ถ้ามีก็ขอให้ฟ้องร้องขึ้นมา ผมจะนำเข้าสู้กระบวนการยุติธรรม ศาลจะเป็นผู้ตัดสิน แต่ถ้ามาต่อต้านศาลยุติธรรมก็คงไม่ใช่ จะปล่อยให้มีการเกี้ยเสี้ยะก็คงไม่ได้ และผมก็ไม่คิดที่จะไปเกี้ยเสี้ยะกับใคร ผมไม่ได้ไปร่วมอะไรกับใคร ประเทศชาติจะต้องเดินหน้า เรื่องที่ทะเลาเบาะแว้งไปอยู่ข้างหลังโน้น ไปอยู่ในส้วม ข้างส้วมเพราะอะไรที่จะเดินหน้าก็ต้องออกทางประตูหน้า ไม่เช่นนั้นจะไปเจอกับประชาคมโลกได้อย่างไร”นายกฯกล่าว
นายกฯ กล่าวว่า อนาคตข้างหน้าจำนวนข้าราชการจะต้องลดลง แต่ยังไม่ใช่วันนี้เพราะยังไม่มีอะไรมาทดแทน ทุกคนจึงยังต้องทำงานหนักไม่มีโอกาสได้คิดมากนักเพราะที่ผ่านมาติดปัญหาการเมือง ตนได้สั่งลงไปแล้ววันนี้ต้องคิดและทำให้จบในช่วงเวลาที่มีอยู่ ตนอาจจะติดนิสัยทหารแต่ทุกอย่างต้องทำให้สำเร็จ

