เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ผู้ลี้ภัยทั่วโลกที่ต้องอพยพออกจากถิ่นฐานเพื่อหนีภัยสงครามความขัดแย้งที่เผชิญอยู่มีจำนวนสูงขึ้นเป็นประวัติการณ์ โดยจนถึงสิ้นปี 2558 มีจำนวนผู้ลี้ภัยเพิ่มขึ้นเป็น 65.3 ล้านคน จากข้อมูลที่เปิดเผยในรายงานประจำปีของสำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอชซีอาร์) ที่เผยแพร่เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน ซึ่งตรงกับวัน “ผู้ลี้ภัยโลก” ที่ยังระบุอีกว่า นับเป็นครั้งแรกที่จำนวนผู้อพยพลี้ภัยทั่วโลกพุ่งทะลุ 60 ล้านคน โดยจำนวนผู้ลี้ภัยที่เพิ่มขึ้นดังกล่าวเป็นสิ่งเน้นย้ำให้เห็นถึงปัจจัยบีบคั้นที่ยิ่งกระตุ้นให้เกิดวิกฤตการอพยพในทั่วโลกอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
“ผู้ลี้ภัยและผู้อพยพข้ามทะเลเมดิเตอร์เรเนียนและมาถึงฝั่งยุโรป สารที่พวกเขานำมาด้วยคือว่าหากพวกคุณไม่แก้ปัญหา ปัญหาต่างๆ เหล่านั้นจะมาถึงตัวคุณ” นายฟิลิปโป กรันดี ข้าหลวงใหญ่เพื่อผู้ลี้ภัยของยูเอ็นกล่าวถึงวิกฤตผู้อพยพในยุโรปที่เป็นวิกฤตเลวร้ายที่สุดนับแต่สงครามโลกครั้งที่ 2 แต่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของปัญหาผู้อพยพลี้ภัยในทั่วโลกในขณะนี้ โดยชี้ว่าเป็นสิ่งที่น่าเจ็บปวดที่ใช้เวลานานกว่าที่คนในประเทศร่ำรวยจะเข้าใจในปัญหานี้ พร้อมย้ำว่าจำเป็นจะต้องลงมือจัดการ รวมถึงการดำเนินการทางการเมืองเพื่อยุติความขัดแย้งที่จะเป็นเครื่องป้องกันอันสำคัญที่สุดในการหยุดยั้งการหลั่งไหลของผู้อพยพ

ในรายงานของยูเอ็นเอชซีอาร์ระบุว่า จำนวนผู้พลัดถิ่นทั่วโลกตลอดทั้งปี 2558 ที่ผ่านมา มีเพิ่มขึ้น 5.8 ล้านคน ขณะที่ปัจจุบันประชากรโลกมีอยู่ราว 7,349 ล้านคน โดย 1 ในประชากรโลกทุกๆ 113 คนนั้นไม่เป็นผู้พลัดถิ่นก็เป็นผู้อพยพลี้ภัย ซึ่งทั้งหมดมีจำนวนรวมกันมากกว่าจำนวนประชากรทั้งประเทศของอังกฤษหรือฝรั่งเศสแล้ว และเป็นระดับที่น่าเสี่ยงภัยที่ยูเอ็นเอชซีอาร์ชี้ว่าไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน
รายงานระบุอีกว่า จำนวนผู้ลี้ภัยทั่วโลกที่เพิ่มเป็น 65.3 ล้านคน ในจำนวนนี้ 40.8 ล้านคนยังอยู่ในประเทศของตนเอง ส่วนอีก 21.3 ล้านคนได้หลบหนีข้ามแดนและกลายเป็นผู้ลี้ภัยไปแล้ว ชาวปาเลสไตน์เป็นกลุ่มผู้อพยพลี้ภัยที่มีจำนวนมากที่สุดคือกว่า 5 ล้านคน รองลงมาเป็นชาวซีเรียมีจำนวนผู้ลี้ภัย 4.9 ล้านคน ตามมาด้วยชาวอัฟกานิสถานมี 2.7 ล้านคน และชาวโซมาเลียราว 1.1 ล้านคน
จำนวนผู้อพยพพลัดถิ่นทั่วโลกได้เพิ่มสูงขึ้นนับตั้งแต่กลางทศวรรษ 1990 เป็นต้นมา แต่อัตราเพิ่มก้าวกระโดดขึ้นหลังจากเกิดสงครามกลางเมืองในประเทศซีเรียในปี 2554 ท่ามกลางความห่วงกังวลที่ปนเปกันในหลายปัจจัยที่น่าห่วงวิตกที่นำไปสู่การพลัดถิ่นเพิ่มขึ้นและพื้นที่ว่างที่จะให้ผู้ลี้ภัยดังกล่าวได้ตั้งรกรากใหม่มีอยู่จำกัด
ยูเอ็นเอชซีอาร์ชี้ว่า ความขัดแย้งที่เกิดขึ้นใหม่และมีความตึงเครียด ตลอดจนวิกฤตการณ์ที่ถูกทำให้สงบลงชั่วคราว กลับถูกจุดชนวนขึ้นใหม่ ยิ่งเป็นการซ้ำเติมวิกฤตผู้ลี้ภัยให้หนักหนามากขึ้น อย่างเช่นสถานการณ์ในซูดาน เยเมน บุรุนดี และสาธารณรัฐแอฟริกากลาง นอกเหนือจากซีเรียแล้ว
ยูเอ็นเอชซีอาร์ยังชี้จุดฮอตสปอตของผู้อพยพลี้ภัยว่านอกเหนือจากตะวันออกกลางและแอฟริกา ยังมีสัญญาณที่น่าห่วงกังวลในสาธารณรัฐแอฟริกากลางที่จำนวนผู้หนีภัยความรุนแรงจากบ้านเกิดตนเองในช่วงปี 2558 เพิ่มขึ้นเป็น 17% ขณะที่ในปีที่แล้วตุรกีเป็นประเทศที่รับผู้ลี้ภัยมากที่สุดคือราว 2.5 ล้านคน ส่วนใหญ่เป็นผู้ลี้ภัยชาวซีเรีย ส่วนเยอรมนีเป็นประเทศที่ได้รับคำร้องขอลี้ภัยในปีที่แล้วมากที่สุดที่ 441,900 คำร้อง นั่นแสดงให้เห็นถึงความพร้อมของเยอรมนีที่จะรับผู้ลี้ภัยที่หนีมายังยุโรปผ่านทะเลเมดิเตอร์เรเนียน

