หน้าแรก Uncategorized ชาวบ้านปากช่อ...

ชาวบ้านปากช่องร้อง เวนคืนที่ดินสร้างมอเตอร์เวย์ไม่เป็นธรรม

20.06.16 | 16:30 น.

วันที่ 20 มิถุนายน เมื่อเวลา 09.30 น. นายชัย พฤกษ์สัมพันธ์ อายุ 62 ปี นายละออง ศาลา อายุ 59 ปี นายนริศ จงติถา อายุ 59 ปี นายสันติ มานะปิยะ  ร่วมกับชาวบ้าน 4 ตำบล ประมาณ 100 คน เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.บวร สมบัติธีระ พนักงานสอบสวน สภ.ปากช่อง จ.นครราชสีมา เพื่อให้ดำเนินคดีกับผู้เกี่ยวข้อง จากการเวนคืนที่ดินทำกิน พื้นที่ทำการเกษตร และพื้นที่อยู่อาศัยที่ไม่เป็นธรรม จากการก่อสร้างทางหลวงพิเศษหมายเลข 6 ถนนมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา พ.ศ. 2556 ทับพื้นที่ การประเมินราคาต่ำกว่าราคาที่ดินปกติที่ไม่เป็นธรรม รวมทั้งปิดกั้นถนนที่เคยสัญจรไป-มา

นายนริศ กล่าวว่า พวกตนรวมตัวกันทั้ง 4 ตำบลมาวันนี้ ไม่ได้มาคัดค้านการสร้างมอเตอร์เวย์ แต่มาเรียกร้องค่าเวนคืนที่ดินเพราะการเวนคืนรัฐให้ราคาต่ำ ซึ่งตนมีพื้นที่ 10 ไร่ ถูกการสร้างถนนมอเตอร์เวย์ทับไป 8 ไร่ แต่กรมทางหลวงและสำนักงานที่ดินจังหวัดนครราชสีมา สาขาปากช่อง ออกสำรวจเพื่อให้ราคา เวนคืนที่ดินจากการสำรวจ EIA เมื่อหลายปีก่อน แต่ราคาของที่ดินในปัจจุบันได้ขยับขึ้นไปมากแล้ว แต่มาเวนคืนในราคาต่ำ คือเฉลี่ย ตารางวาละ 300-500-900 บาท ถ้าเทียบกับราคาที่ชาวบ้านซื้อขายกันต่ำกว่ามาก

201606201307073-20110510201718

นายสันติ กล่าวเสริมว่า ตนก็ได้รับความเดือดร้อนที่กรมทางหลวงจะเวนคืนที่ในราคาต่ำ เพราะตนมีที่ทำกิน 2 ไร่ ถูกเวนคืน 1 ไร่ แล้วต่อไปจะทำอย่างไร ซึ่งตามพระราชบัญญัติเวนคืนอสังหาริมทรัพย์ พ.ศ. 2530  มาตรา 10 และ 11 กรมทางหลวงหรือผู้ซึ่งรับมอบหมายจากเจ้าหน้าที่ต้องทำการเจรจาตกลงซื้อขายกับเจ้าของ  แต่จู่ๆ จะออกมาให้พวกชาวบ้านเซ็นโอนที่และมอบอำนาจให้ พวกตนและชาวบ้านได้ทำหนังสือคัดค้านและขออุทธรณ์ต่อรัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมและผู้อำนวยการแขวงทางหลวงนครราชสีมาที่ 2 แล้ว เมื่อวันที่ 31 พฤษภาคม 2559 ว่าการประเมินราคาเวนคืนที่ดินปฏิบัติไม่เป็นไปตามระเบียบขั้นตอนกำหนด ทำให้ชาวบ้านกว่าหนึ่งพันครอบครัวได้รับความเสียหาย จึงพากันมาร้องทุกข์แจ้งความดำเนินคดีต่อหน่วยงานหรือบุคคลที่รับผิดชอบโครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมือง ถนนมอเตอร์เวย์ บางปะอิน-นครราชสีมา

ด้าน พ.ต.ท.บวร กล่าวว่า วันนี้ชาวบ้านมาแจ้งความร้องทุกข์เรื่องไม่ได้รับความเป็นธรรมจากการสร้างทางมอเตอร์เวย์ทับพื้นที่ เนื่องจากมาด้วยกันจำนวนมากจึงให้ตัวแทนชาวบ้านแจ้งความร้องทุกข์ เพื่อลงบันทึกประจำวัน และให้รวบรวมรายชื่อแนบท้ายมาว่ามีจำนวนกี่ราย เพราะประชาชนมาพบแจ้งความประสงค์ก็อำนวยความสะดวกให้

Advertisement