เมื่อวันที่ 20 มิถุนายน สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า สำนักงานสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติออกรายงานว่าด้วยสถานการณ์สิทธิมนุษยชนของชนกลุ่มน้อยในประเทศพม่า โดยเตือนว่ายังคงมีการละเมิดสิทธิชาวโรฮีนจา ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อยในพม่าอยู่อย่างแพร่หลายและต่อเนื่อง โดยการละเมิดสิทธิดังกล่าวที่มีรวมถึงการปฏิเสธสิทธิความเป็นพลเมือง การบังคับใช้แรงงานและก่อความรุนแรงทางเพศ อาจเทียบเท่ากับเป็นการก่ออาชญากรรมต่อมนุษยชาติ
รายงานของยูเอ็นยังระบุว่า พบรูปแบบของการละเมิดสิทธิชาวโรฮีนจาอย่างเลวร้ายที่ทำให้เห็นการทำร้ายอย่างแพร่หลายและเป็นระบบ โดยรายงานฉบับนี้เผยแพร่ในท่ามกลางความหวังว่ารัฐบาลพม่าชุดใหม่ที่นำโดยนางออง ซาน ซูจี และพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย(เอ็นแอลดี) ซึ่งสนับสนุนวิถีประชาธิปไตย จะขจัดความเกลียดชังที่ฝังลึกอยู่ในรัฐยะไข่ พื้นที่ที่ชาวโรฮีนจานับหลายหมื่นคนถูกจำกัดให้อยู่ในค่ายผู้อพยพ หลังจากเกิดเหตุปะทะรุนแรงระหว่างชาวมุสลิมกับชาวพุทธในปี 2555
นายเซอิด ราอัด อัล ฮุสเซน ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็น กล่าวว่า ตนรู้สึกมีกำลังใจจากแถลงการณ์หลายครั้งที่รัฐบาลชุดใหม่ของพม่าออกมาเมื่อเร็วๆนี้ แต่เตือนว่าสถานการณ์ที่ผ่านมาที่กฎหมายและนโยบายถูกออกแบบมาเพื่อให้ปฏิเสธสิทธิขั้นพื้นฐานของชนกลุ่มน้อยและมีการละเว้นโทษจากการล่วงละเมิดที่ร้ายแรงต่อชนกลุ่มน้อยนั้น จะยิ่งกระตุ้นให้เกิดความรุนแรงต่อชนกลุ่มน้อยเหล่านั้นมากขึ้นไปอีก จึงไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพลิกกลับการเลือกปฏิบัติเช่นนั้น พร้อมกันนี้ข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชนยูเอ็นยังเรียกร้องให้พม่ายุติการเลือกปฏิบัติและการละเมิดสิทธิมนุษยชนต่อชนกลุ่มน้อย ทั้งยังให้พม่าดำเนินการสอบสวนอิสระต่อกรณีที่มีการกล่าวหาว่ามีการละเมิดสิทธิเกิดขึ้นในทุกกรณีด้วย

