หน้าแรก Uncategorized รบ.ฟังปัญหา 1...

รบ.ฟังปัญหา 15ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โบ้ย รัฐไม่ทำตามสัญญา โฆษณาเข้าน้อย

20.06.16 | 20:38 น.
(แฟ้มภาพ)นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

วิษณุ นั่งหัวโต๊ก ถก 15 ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล รับฟังปัญหาการดำเนินการ ชี้ เอกชนอ้าง กสทช.ไม่ทำตามสัญญา

เมื่อเวลา 15.20 น. วันที่ 20 มิถุนายน ที่ทำเนียบรัฐบาล นายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ภายหลัง เป็นประธานประชุมหารือเรื่องปัญหาของเอกชนผู้ประกอบการทีวีดิจิทัล โดยมีตัวแทนจาก กสทช. รวมและตัวแทนสถานีโทรทัศน์ดิจิทัล 15 รายเข้าร่วมว่า ผู้ประกอบการทีวีดิจิทัลประสบปัญหาด้านการประกอบการ ซึ่งตนได้รับฟังปัญหา ความทุกข์และความต้องการ โดยภาคเอกชนอ้างว่าสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากภาครัฐ รัฐมีหน้าที่ต้องทำบางอย่าง แต่ไม่ได้ทำ ซึ่งจะจริงหรือไม่จริงตามที่เอกชนอ้าง ตนไม่ทราบ ทั้งนี้ บริษัทที่เข้าประชุม อธิบายปัญหา ส่วนหนึ่งเป็นปัญหาด้านการผลตอบแทนไม่คุ้มทุน ด้านโฆษณา ที่ผ่านมามีการฟ้อง กสทช. ในศาลปกครองกว่า 11 คดี และตนไม่มีอำนาจในการตัดสิน เพราะเป็นหน้าที่ของศาลปกครอง ซึ่งรายละเอียดจะต้องคุยกันต่อไป นอกจากนี้ ระหว่างการประชุม ตนก็ถามสิ่งที่ต้องการให้รัฐช่วย ซึ่งผู้ประกอบการแจ้งความประสงค์มาให้ ตนได้พิจารณาอย่างละเอียดหากรัฐจะช่วยเหลือ อย่างไรก็ตาม รัฐต้องอธิบายตอบสังคมให้ได้ว่า ไม่เป็นการเอื้อประโยชน์แก่เอกชนจนเกินสมควรและไม่เป็นธรรม

ผู้สื่อข่าวถามว่าปัญหาหลักของทีวีดิจิทัลที่เห็นได้ชัดเจนมีเรื่องใดบ้าง นายวิษณุ กล่าวว่า มีข้อเดียวตรงกันทั้งหมด 15 ราย คือ ประกอบกิจการแล้วไม่สามารถทำให้คุ้มทุน หรือมีการโฆษณาได้ตามที่คิดไว้ เพราะรัฐเป็นฝ่ายที่ไม่ปฏิบัติตามสิ่งที่รัฐได้สัญญาไว้ คลายกับว่ารัฐไม่ได้ส่งของตามที่สัญญาทางเอกชนจึงไม่สามารถนำของนั้นไปทำให้เกิดรายได้ได้ ทั้งนี้จะมีการเชิญพูดคุยกันอีกหลายรอบกับผู้ที่เกี่ยวข้องซึ่งรัฐบาลไม่ใช่ผู้ที่เกี่ยวข้อง แต่เดิมทีกสทช.จะช่วยแต่ติดกฎหมาย จึงโยนมาที่รัฐบาลว่าจะทำอย่างไรได้บ้าง หากจะต้องแก้กฎหมายรัฐยินดีถ้าเป็นประโยชน์ ถ้าไม่เป็นประโยชน์ก็ไม่ทำ

เมื่อถามว่าปัญหาที่เกิดขึ้นเป็นเพราะกสทช.ไม่มีการเตรียมการพร้อมก่อนประมูลตั้งแต่แรกหรือไม่ นายวิษณุ กล่าวว่า “ไม่รู้ เมื่อพูดเรื่องข้อกฎหมายขึ้นมา ทางกสทช.ได้อธิบายว่ารัฐได้แก้ปัญหาแล้ว ไม่ใช่ไม่ทำ จึงเถียงกันอยู่อย่างนี้และเป็นคดีอยู่ในศาลปกครอง เรื่องนี้มีการประมูลทั้งหมด 24 ช่องสัญญาณ มีบริษัทประมูล 20 บริษัท เป็นมูลค่ารวมกันทั้งหมด 54,000 ล้านบาท และจ่ายเงินกันไปแล้ว 3 งวด เป็นเงินประมาณ 25,000 ล้านบาท และที่มีปัญหาคือส่วนที่เหลืออีก 3 งวด คือในปี 60-62 เป็นเงินกว่า 25,000 ล้านบาท มีอายุสัมปทาน 15 ปี