นายอิสระ ว่องกุศลกิจ ประธานกรรมการหอการค้าไทยและสภาหอการค้าแห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า แนวโน้มเศรษฐกิจไทยครึ่งปีหลัง 2559 จะขยายตัว 3.3% จาก 2 ไตรมาสแรกของปีนี้ขยายตัวไตรมาสละ 3.2% และทำให้เศรษฐกิจทั้งปีขยายตัวเฉลี่ย 3.2-3.5% โดยเป็นผลจากการฟื้นตัวของการส่งออกกลับมาเป็นบวก 2.6% จากครึ่งปีแรกติดลบ 0.8% และทำให้ส่งออกทั้งปีขยายตัว 0.8% โดยเป็นสัญญาณจากราคาโภคภัณฑ์ขยับขึ้นต่อเนื่องตั้งแต่เดือนมีนาคมที่ผ่านมาถึงเดือนพฤษภาคม ทั้งราคาข้าว น้ำตาลทราย ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ยกเว้นมันสำปะหลัง ซึ่งประเมินว่าราคาโภคภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้นจะมีเม็ดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจกว่า 1 แสนล้านบาทและทำให้ราคาส่งออกสูงขึ้น สอดคล้องกับราคาน้ำมันโลกขยับขึ้นจาก 30 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล เป็น 50 เหรียญสหรัฐฯต่อบาร์เรล พร้อมกับมาตรการกระตุ้นภาครัฐ การเร่งเบิกจ่าย การลงทุนโครงการขนาดใหญ่ การท่องเที่ยวขยายตัว ดอกเบี้ยเชิงนโยบายระดับต่ำที่ 1.50%
นายอิสระกล่าวว่า ส่วนปัจจัยเสี่ยงคือ ผลผลิตการเกษตรจะต่ำกว่าปกติผลจากภัยแล้ง การขาดสภาพคล่องของธุรกิจจากสถาบันการเงินเข้มงวดการปล่อยกู้ ความกังวลแบนสินค้าประมงชั่วคราวจากปัญหาไอยูยู และการถูกตัดจีเอสพีของสหภาพยุโรป และเศรษฐกิจจีนยังเสี่ยงเรื่องหนี้ภาคเอกชนและหนี้นอกระบบสูง
นายอิสระ กล่าวว่า ส่วนกรณีที่นางออง ซาน ซูจี ผู้นำพรรคฝ่ายค้านของเมียนมาจะเดินทางมายังประเทศไทย และเยี่ยมแรงงานพม่าในไทย ในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ ถือเป็นโอกาสที่ดีที่ผู้ประกอบการไทย จะทำความเข้าใจในเรื่องการดูแลแรงงานพม่าในไทย ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในธุรกิจแรงงานประมง และโรงงาน ที่ผ่านมาเอกชนไทยได้ปรับตัวเพื่อให้แรงงานพม่าเป็นแรงงานคุณภาพมี ฝีมือ ด้วยการฝึกอบรม ทำให้สามารถทำงานได้มีประสิทธิภาพมากขึ้น แต่ยอมรับว่ากังวลต่อกระแสข่าวว่า แรงงานพม่าอาจไหลกลับไปพม่าจนกระทบต่อภาคธุรกิจ นั้น เชื่อว่านายจ้างไทยได้ให้การดูแลแรงงานพม่า ทั้งเรื่องค่าจ้าง และสวัสดิการอย่างดี เทียบเท่าแรงงานไทย ประกอบกับมองว่าพม่ายังไม่ได้มีความต้องการแรงงานมากจนจะทำให้แรงงานไหลกลับไปยังพม่าหมด จึงเชื่อว่าแรงงานพม่ายังคงอยู่ทำงานในไทยต่อไป แต่หากมีแรงงานไหลกับ กลุ่มที่ได้รับผลกระทบคือกลุ่มธุรกิจเอสเอ็มอี โดยเฉพาะในธุรกิจประมง และโรงงานอุตสาหกรรม แต่ถือเป็นเรื่องที่ต้องติดตาม ทั้งนี้ เศรษฐกิจพม่าที่ขยายตัว 7% และมีมูลค่าการค้ากับไทยปีละ 261,000 ล้านบาท ถือเป็นโอกาสดีที่ไทยจะรักษาความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับพม่า และใช้โอกาสนี้ในเปิดด่านผ่อนปรนเจดีย์สามองค์ และจุดผ่อนปรนพิเศษมะริด-สิงขร
นายอิสระ กล่าวถึงการที่อังกฤษจะลงประชามติถอนตัวเองออกจากการเป็นสมาชิกสหภาพยุโรปนั้น หากเกิดขี้นจริงจะส่งผลให้ตลาดการเงินทั่วโลกมีความผันผวน และค่าเงินยูโรจะอ่อนค่าลงอย่างมาก เช่นเดียวกับอังกฤษหากออกมา ค่าเงินปอนด์น่าจะอ่อนค่าลงในระยะสั้น แต่ระยะยาวจะสิทธิในการดำเนินนโยบายที่เป็นเอกเทศมากขึ้น ไม่ต้องรอการลงมติของสมาชิกสหภาพยุโรป รวมทั้งยังมีความปลอดภัยจากผู้อพยพจากประเทศอื่นๆ ที่ขณะนี้หนีเข้ามาในอังกฤษเป็นจำนวนมากขึ้นด้วย แต่เชื่อว่าแม้อังกฤษจะออกจากสหภาพยุโรปแล้ว ก็ไม่ได้กระทบต่อการค้ากับไทย เพราะปัจจุบันไทยมีการส่งออกไปยังสหภาพยุโรปมีสัดส่วนเพียง 10%เท่านั้น และไทยมีสัดส่วนการค้ากับอังกฤษเพียง 2% แต่หากอังกฤษไม่ออกจากสหภาพยุโรป ก็มองว่าปัญหาทุกอย่างคงยังเหมือนเดิม และทำให้อังกฤษอาจต้องแบกรับหนี้ของสหภาพยุโรปไว้

