จุดประกายความหวังให้คนทั้งชาติจากประตูชัยของ อาร์มันโด ซาดิกู ศูนย์หน้าวัย 25 ปี โหม่งพาทีม “อินทรีแดงดำแห่งยุโรป” แอลเบเนีย เชือดชนะ “ผีดิบ” โรมาเนีย 1-0 คว้า 3 แต้มแรกประวัติศาสตร์ในศึก “ยูโร 2016” กลุ่มเอ พร้อมกับได้ลุ้นผ่านเข้าสู่รอบ 16 ทีมสุดท้ายต่อไปด้วย
“มันเป็นความรู้สึกที่ยิ่งใหญ่มาก เราทำผลงานได้ประสบความสำเร็จตามเป้าหมาย ทุกคนมีความสุขกันอย่างมาก ผมพอใจมากที่ยิงประตูชัยให้กับทีมได้ แต่ต้องยกเครดิตให้กับทีมด้วย ผมไม่สามารถอธิบายความรู้สึกหลังยิงประตูได้ แต่มันเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขมากที่ได้สร้างความสุขให้กับแฟนบอลชาวแอลเบเนีย และได้เห็นเขาเฉลิมฉลองกัน”
ซาดิกูเริ่มค้าแข้งกับ เคเอฟ ทูร์บิน่า เซร์ริก ในลีกบ้านเกิด เมื่อปี 2008 ก่อนที่ เอฟซี โลการ์โน่ ในลีกสวิตเซอร์แลนด์ดึงตัวไปขัดเกลาฝีเท้าเมื่อปี 2011 จนระเบิดฟอร์มซัลโวให้ทีมรวม 52 ประตูเพียง 2 ฤดูกาลเท่านั้น กระทั่ง เอฟซี ซูริก ยักษ์ใหญ่สวิสฉกตัวไปร่วมทัพเมื่อปี 2014 แต่ล่าสุดถูกปล่อยตัวให้ เอฟซี วาดุซ ยืมตัวไป
จากผลงานทะลวงตาข่ายทำให้ จานนี่ เด เบียซี่ กุนซือชาวอิตาลีของทีมแอลเบเนียเรียกตัวซาดิกูไปติดทัพครั้งแรกเมื่อปี 2012 ก่อนยิงประตูแรกให้ทีมชาติในเกมเวิลด์คัพ 2014 รอบคัดเลือก นัดถล่มไซปรัส 3-1
ในศึกรอบคัดเลือก ยูโร 2016 ซาดิกูเคยยิงประตูสำคัญพาทีมชนะอาร์เมเนีย 3-0 ผ่านเข้าสู่รอบสุดท้ายทัวร์นาเมนต์ระดับเมเจอร์เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ ก่อนที่เขาจะมายิงอีกหนึ่งประตูประวัติศาสตร์ในรอบสุดท้ายนี้ พร้อมต่อลมหายใจการเข้าสู่รอบต่อไป
นับเป็นชัยชนะครั้งประวัติศาสตร์ และซาดิกูได้กลายเป็นฮีโร่ของชาวแอลเบเนียไปแล้ว…

