นายสุเทพ น้อยไพโรจน์ อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า จากพายุฝนที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมา ส่งผลให้น้ำไหลลง 4 เขื่อนหลักลุ่มน้ำเจ้าพระยาทั้งหมด 20.16 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) เพิ่มขึ้นจากวันที่ 20 มิถุนายนที่มีน้ำไหลลงเขื่อนประมาณ 16.5 ล้านลบ.ม. โดยเขื่อนภูมิพล มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อนทั้งสิ้น 8.48 ล้านลูกบาศก์เมตร (ลบ.ม.) ส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 4,020 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 30% ของความจุเขื่อน เขื่อนสิริกิติ์ มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อน 5.34 ล้านลบ.ม. ส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 3,571 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 38% ของความจุเขื่อน เขื่อนแควน้อยบำรุงแดน มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อน 4.65 ล้านลบ.ม. ส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 248 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 26% ของความจุเขื่อน และเขื่อนป่าสักชลสิทธิ์ มีปริมาณน้ำไหลลงเขื่อน 1.69 ล้านลบ.ม.ส่งผลให้น้ำในเขื่อนเพิ่มขึ้นเป็น 182 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 19% ของความจุเขื่อน รวมมีน้ำในเขื่อนทั้งสิ้น 8,020 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 32% ของความจุเขื่อนทั้งหมด ขณะที่น้ำปริมาณใช้การได้มีทั้งสิ้น 1,324 ล้านลบ.ม. หรือคิดเป็น 7% ของปริมาณน้ำทั้งหมด ส่วนน้ำที่ระบายออกจากเขื่อน กรมชลประทานยังคงแผนเดิมคือระบายวันละ 18 ล้านลบ.ม. เพื่อใช้ในการรักษาระบบนิเวศและใช้ในการอุปโภคบริโภคเป็นหลัก
นายสุเทพ กล่าวว่า แม้ว่าฝนจะตกลงมาเป็นจำนวนมาก แต่ส่วนใหญ่จะตกในกรุงเทพฯเป็นหลัก ส่วนในเขตจังหวัดอื่น ถือว่าน้อยมาก และปริมาณสำรองน้ำที่น้อยมาก จึงแนะนำให้พื้นที่บริเวณลุ่มต่ำ ซึ่งมีพื้นที่ประมาณ 1.4 ล้านไร่ แนะนำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกได้เลยตามความเหมาะสม ส่วนในพื้นที่ดอนที่มีพื้นที่ประมาณ 6.2 ล้านไร่นั้น จากการจำลองสถานการณ์ฝน พบว่า ปริมาณน้ำในแม่น้ำเจ้าพระยาและลำน้ำสาขา มีปริมาณน้ำมากพอที่จะทำการเพาะปลูกได้ตั้งแต่กลางเดือนกรกฎาคม 2559 เป็นต้นไป
นายสุเทพ กล่าวว่า สำหรับลุ่มน้ำแม่กลอง แนะนำให้เกษตรกรสามารถทำการปลูกพืชได้ตามปกติ โดยเริ่มได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมนี้เป็นต้นไป ส่วนพื้นที่ในเขตโครงการชลประทานอื่นๆ ขอให้ดำเนินการตามมติคณะกรรมการจัดการชลประทาน (เจเอ็มซี) ของแต่ละพื้นที่ ส่วนพื้นที่เพาะปลูกนอกเขตชลประทาน แนะนำให้เกษตรกรทำการเพาะปลูกตามฤดูกาลปกติ ประมาณกลางเดือนกรกฎาคมเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม ในส่วนของพื้นที่ภาคใต้ ฝั่งตะวันออก ที่ฤดูฝนจะแตกต่างจากภาคอื่น เกษตรกรสามารถทำการเพาะปลูกได้ตามปกติ ประมาณเดือนตุลาคม 2559 เป็นต้นไป

