นายอุทัย อุทัยแสงสุข รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส สายงานพัฒนาธุรกิจและคอนโดมิเนียม บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยว่า ตลาดคอนโดมิเนียมในช่วงครึ่งปีหลัง 2559 มีแนวโน้มฟื้นตัวดีขึ้นตามภาวะเศรษฐกิจและความชัดเจนโครงการลงทุนโครงสร้างพื้นฐานภาครัฐที่คาดว่าจะทยอยออกมาในช่วงที่เหลือของปีนี้ ส่งผลดีต่อการพัฒนาโครงการคอนโดมิเนียม เพราะมีทำเลใหม่ออกมามากขึ้น โดยความต้องการซื้อคอนโดมิเนียมแนวรถไฟฟ้าตามยังมีเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง ทั้งกลุ่มลูกค้าไทยและต่างชาติ ทั้งเพื่ออยู่อาศัยเองและเพื่อซื้อลงทุนปล่อยเช่า เนื่องจากอัตราผลตอบแทน (ยีลด์) สูงกว่าอยู่ที่ 5-6% ส่วนยีลด์เงินฝากสถาบันการเงินอยู่ประมาณ 1%
นายอุทัยกล่าวว่า ส่วนภาษีที่ดินและสิ่งปลูกสร้างนั้นเชื่อว่าจะไม่กระทบกับผู้ซื้อคอนโดมิเนียมทั้งคนไทยและต่างชาติ เพราะมีการเว้นภาษีบ้านหลังแรกที่ไม่เกิน 50 ล้านบาท ขณะที่อัตราการจัดเก็บไม่สูง เพดานการจัดเก็บที่อยู่อาศัยอยู่ที่ 0.05% ซึ่งในสหรัฐอัตราการจัดเก็บอยู่ที่ 1.25% ช่วง 2 ปีที่ผ่านมา บริษัทเน้นทำการตลาดลูกค้าต่างชาติมากขึ้นมีจำนวนยูนิตที่ถือครองโดยลูกค้าต่างชาติกว่า 2,500 ยูนิต
นายอุทัยกล่าวว่า มั่นใจว่าปีนี้จะเปิดคอนโดมิเนียมตามแผนที่วางไว้ 11 โครงการ มูลค่ารวม 30,000 ล้านบาท จำนวนนี้เป็นโครงการร่วมทุนกับบีทีเอสกรุ๊ป 7 โครงการ โดยช่วงครึ่งปีแรกเปิดแล้ว 4 โครงการ มูลค่ารวม 8,000 ล้านบาท ล่าสุดคือ โครงการ “เดอะ ไลน์ อโศก-รัชดา” ใกล้เอ็มอาร์ทีพระราม 9 มูลค่า 2,800 ล้านบาท พื้นที่ 2 ไร่ เป็นอาคารสูง 38 ชั้น จำนวน 1 อาคาร รวม 473 ยูนิต ราคาเริ่มต้น 3.99 ล้านบาท หรือ 160,000 บาทต่อตารางเมตร จะเปิดขายอย่างเป็นทางการในวันที่ 25-26 มิถุนายนนี้ ส่วนช่วงครึ่งปีหลังจะเปิดอีก 7 โครงการ มูลค่ารวม 22,000 ล้านบาท

