กกต.เชิญผู้แทนทูต-องค์กรสังเกตการณ์รับฟังกระบวนการออกเสียงประชามติ ปธ.กกต.ประกาศเดินหน้าทำงานด้วยความสุจริต เที่ยงธรรม แม้เผชิญแรงกดดันรอบด้าน “สมชัย”ย้ำ ไม่ปิดกั้นองค์กรร่วมสังเกตการณ์ออกเสียง ตัดพ้อทำงานยาก เหตุบรรยากาศการเมืองคุกรุ่น -ถูกจ้องจับผิด
เมื่อเวลา 13.30น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่โรงแรมเซ็นทราศูนย์ราชการและคอนเวนชั่นเซ็นเตอร์แจ้งวัฒนะ สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นำโดยนายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.พร้อมด้วยนายบุญส่ง น้อยโสภณ นายประวิช รัตนเพียร และนายสมชัย ศรีสุทธิยากร ได้เชิญคณะผู้แทนทางการทูต-องค์กรระหว่างประเทศ รับฟังการชี้แจงการเตรียมความพร้อมการออกเสียงประชามติ โดยมีผู้แทนทางการทูตมาเข้าร่วมทั้งหมด 35ประเทศกับอีก 5 องค์กรสังเกตการณ์
ทั้งนี้ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกกต.กล่าวเปิดงานว่า วัตถุประสงค์การจัดงานครั้งนี้เพื่ออธิบายให้ทราบถึงอำนาจหน้าที่ของการออกเสียงประชามติครั้งนี้ รวมทั้งภารกิจที่กกต.จะดำเนินการต่อไปจนสิ้นสุดในวันลงประชามติ 7 สิงหาคม โดยกกต.ตระหนักดีว่าการออกเสียงเป็นกลไกเพื่อให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมือง และเป็นหัวใจสำคัญของระบอบประชาธิปไตย กกต.เคารพและตระหนักเสรีภาพของบุคคลในการแสดงความคิดเห็น ส่วนการยื่นเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยว่ามาตรา 61 วรรคสองของพ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ เป็นบทบัญญัติที่จำกัดสิทธิประชาชน มีปัญหาเรื่องความชอบด้วยรัฐธรรมนูญ(ฉบับชั่วคราว )มาตรา 4 หรือไม่นั้น ขอย้ำว่าบทบัญญัติดังกล่าวไม่มีความสำคัญต่อการออกเสียงประชามติแต่อย่างใด การออกเสียงประชามติยังดำเนินการต่อไป ทั้งนี้แม้จะต้องเผชิญแรงกดดันต่างๆ รอบด้าน กกต.และพนักงานยังคงยืนหยัดการทำงาน สุจริตและเที่ยงธรรม ยึดหลักกฎหมายความเป็นกลางทางการเมือง และกกต.ไม่มีข้อห่วงใยในการจัดการออกเสียงครั้งนี้เพราะทุกขั้นตอนมีความพร้อมหมด
จากนั้นทางกกต.ได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมประชุมได้ซักถามประเฟ้นที่เกิดความสงสัย โดยมีผู้แทนจากมูลนิธิเอเชียฟาวเดชั่น ได้ซักถามถึงการเข้ามาสังเกตการณ์การออกเสียงประชามติ ซึ่งนายสมชัยชี้แจงว่า จุดยืนของกกต.เราเปิดรับทุกองค์กร แต่ภายใต้พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติซึ่งออกโดยสภานิติบัญญัติแห่งชาติ (สนช.) ไม่ได้เปิดช่องให้ส่งอาสาสมัครเข้าสังเกตการณ์ในหน่วยออกเสียง ทั้งนี้ สำหรับประเทศไทย ประชาชนสามารถตรวจสอบได้ ไม่เฉพาะแค่กลุ่มนปช.ที่มีศูนย์ปราบโกง จริงๆแล้วมีหลายองค์กร เช่น ภาคใต้ก็มีกลุ่มประชาชนรวมตัวกันทำหน้าที่เป็นอาสาสมัครสังเกตการณ์ใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนต่างประเทศ อาสาสมัครนานาชาติที่จะเข้ามาสังเกตการณ์ ถ้าประสงค์จะเข้ามา ก็มาได้ โดยแจ้งเข้ามาที่กกต.โดย เราจะช่วยอำนวยความสะดวกด้านต่างๆให้ โดยขณะนี้มีบางองค์กรติดต่อมาแล้ว เช่น เครือข่ายเอเชียเพื่อการเลือกตั้งเสรี หรือ อันเฟรล
นายสมชัย กล่าวอีกว่า การออกเสียงประชามติครั้งนี้มีหลายสิ่งที่แตกต่างจากการเลือกตั้งทั่วไป เพราะการเลือกตั้งมีการแข่งขัน มีกระบวนการต่อสู้เพื่อผลแพ้ชนะ รวมทั้งมีเรื่องของผลประโยชน์เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย การทำประชามติเกี่ยวกับรัฐธรรมนูญหรือคำถามพ่วงไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับประชาชน การทำประชามติเป็นเรื่องซับซ้อน ทำให้ประชาชนยังไม่มีความเข้าใจเพียงพอเพื่อเป็นข้อมูลในการตัดสินใจ ทำให้การออกเสียงจะเป็นลักษณะตามกันไป และเป็นการจัดภายใต้บรรยากาศที่มีความคุกรุ่น เพราะความขัดแย้งทางการเมืองที่สะสมมานาน คนสองฝ่ายเห็นต่างแสดงออกรุนแรง แม้วันนี้ทุกอย่างดูสงบแต่ในจิตใจของคนสองฝ่ายยังมีความต่างอยู่ ทำให้กกต.จึงวางตัวยากมาก เพราะเมื่อเราตัดสินใจดำเนินการอย่างใดอย่างหนึ่ง ทำให้จะกระทบกับคนกลุ่มหนึ่ง อีกทั้งบรรยากาศการจับผิดมีสูงมาก เช่น เพลงที่กกต.นำมาเผยแพร่รณรงค์ กกต.ไม่ได้มีเจตนาสร้างความแตกแยก แต่ยังถูกนำมาเป็นประเด็นเคลื่อนไหวทำให้เสียหายกับกกต.
“วาทกรรมที่พูดในสังคมปัจจุบันว่าไม่มีเสรีภาพในการสื่อสารและการถกเถียง ผมขอชี้แจงว่าไม่จริง ถ้าดูกฎหมายประชามติ มาตรา 61 ตั้งแต่วงเล็บหนึ่งถึงเจ็ด คือกฎหมายเดิมไม่มีการเปลี่ยนแก้ไขถ้อยคำ การทำประชามติทุกครั้งเราใช้ตัวบทกฎหมายนี้ ส่วนวรรคสองที่เพิ่มเติมขึ้นมาจนมีปัญหาที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณา คำถามคือทำไมต้องมีวรรคดังกล่าว ก็ต้องตอบว่าถ้อยคำบัญญัติโดยสนช. แต่จุดประสงค์คือไม่ต้องการให้ใช้เสรีภาพในทางที่ผิด ยืนยันว่าไม่ได้ริดรอนเสรีภาพของประชาชน กกต.ดูแลการออกเสียงประชามติคราวนี้ภายใต้กฎหมายประชามติ แต่สังคมไทยยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ถ้าประชาชนทำผิดกฎหมายอื่น กกต.จะเอื้อมมือไปไม่ถึง อย่างทำผิดกฎหมายความมั่นคง กกต.ดูแลไม่ได้ เช่นบางเรื่องที่กกต.บอกไม่ผิด แต่ฝ่ายความมั่นคงอาจบอกว่าผิดเพราะมีข้อมูลเชิงลึกกว่ากกต.”นายสมชัย กล่าว

