เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน ที่ห้องจูบิลี่ อิมแพค เมืองทองธานี จ.นนทบุรี สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) จัดสัมมนาเรื่องการเสริมสร้างความรู้เกี่ยวกับ พ.ร.บ.ว่าด้วยทำประชามติร่างรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2559 โดยมีผู้บังคับบัญชาระดับสูงใน ตร. ผู้บัญชาการ ผู้บังคับการ และหัวหน้าสถานีตำรวจ ทั่วประเทศ 2,064 นายร่วมรับฟัง ทั้งนี้ ในการสัมมนามีการแจกเอกสารเกี่ยวกับ “ยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการตำรวจระยะ 20 ปี ของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ” สาระสำคัญ อาทิ เป้าหมายการปฏิรูปตำรวจ มุ่งไปสู่การเป็น “องค์กรบังคับใช้กฎหมายที่ยุติธรรม ประชาชนเชื่อมั่นศรัทธา และมีมาตรฐานสากล” แบ่งเวลาการปฏิรูปออกเป็นระยะเร่งด่วนปี 2559-2560 ให้แก้ปัญหาบริหารงานบุคคล เพิ่มประสิทธิภาพการบังคับใช้กฎหมาย เสริมสร้างความมั่นคง เป็นธรรม ลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาการทุจริตคอร์รัปชั่นของตำรวจ ระยะกลาง 5 ปี 2559-2564 รองรับเศรษฐกิจขยาย อาชญากรรม และความมั่นคงแบบใหม่ เพิ่มคุณภาพการบังคับใช้กฎหมาย ตำรวจเป็นหุ้นส่วนทำงานร่วมกับประชาชน และระยะยาว 20 ปี 2559-2579 ให้ประชาชนเชื่อมั่นตำรวจ เคารพกฎหมาย วัฒนธรรมองค์กรเข้มแข็ง ยั่งยืน พร้อมสู่สังคมผู้สูงวัย เป็นหนึ่งใน ASEAN
ทั้งนี้ ในส่วนระยะเร่งด่วน 1 ปี ยุทธศาสตร์กำหนดให้ดำเนินการปรับองค์ประกอบของคณะกรรมการข้าราชการตำรวจ (ก.ตร.) และคณะกรรมการนโยบายตำรวจแห่งชาติ (ก.ต.ช.) และกระบวนการแต่งตั้ง ตามประกาศคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ยกเลิกคณะกรรมการคัดเลือก การแต่งตั้งข้าราชการตำรวจระดับ ผกก.-รอง ผบก. ต้องผ่านการพิจารณาของ ก.ตร. สำหรับการแต่งตั้งรอง ผกก.ลงมา ใน สง.ผบ.ตร. ให้ ผบ.ตร.มีคำสั่งแต่งตั้ง สำหรับ บช.นอก สง.ผบ.ตร. ให้ ผบช.มีออกคำสั่งแต่งตั้ง
นอกจากนี้ให้ปรับเกณฑ์อาวุโส โดยใช้ระยะเวลาการดำรงตำแหน่งเป็นหลัก ปรับปรุงหลักเกณฑ์การแต่งตั้งให้เป็นไปตามระบบคุณธรรม แต่งตั้งคณะทำงานแก้ไขหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง โดยปรับปรุงกฎ ก.ตร.ว่าด้วยการแต่งตั้งฯ เป้าหมายเพื่อความเป็นธรรมในการเลื่อนตำแหน่ง เพิ่มประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน ได้แก่ ปรับปรุงระยะเวลาการดำรงตำแหน่งแต่ละระดับ พิจารณาแต่งตั้งโยกย้ายตามความรู้ความสามารถ ไม่ต้องครบ 2 ปี สร้างขวัญและกำลังใจแก่ข้าราชการตำรวจ อาทิ พิจารณาภูมิลำเนา ประกอบการพิจารณาแต่งตั้ง เลื่อนตำแหน่งข้ามหน่วยได้ ตามสัดส่วนที่กำหนด และความเป็นเอกภาพของหน่วยงาน เป็นต้น
โดยหลักการในการกำหนดหลักเกณฑ์การแต่งตั้ง ตามยุทธศาสตร์การปฏิรูปกิจการตำรวจในระยะสั้น 1 ปี อาทิ ระดับปฏิบัติการ (รอง สว.-ผบ.หมู่) คำนึงถึงการบรรเทาความเดือดร้อน เพื่อให้ได้รับการแต่งตั้งใกล้ภูมิลำเนามากที่สุด ระดับ สว.-รอง ผบก. ให้ ผบช.บริหารกำลังพลตามความรู้ความสามารถ ความชำนาญงานและพื้นที่ ระดับ ผบก.-รอง ผบ.ตร. นอกจากพิจารณาผลงาน ความรู้ความสามารถ และอาวุโสแล้ว ต้องคำนึงภาวะผู้นำ ศักยภาพการพัฒนาหน่วยงาน ผลการปฏิบัติงานตามนโยบาย
“ในส่วนตำรวจหญิง 17,367 นาย คิดเป็นร้อยละ 7.9 ของข้าราชการตำรวจทั้งหมด (219,902 นาย) มีผู้ดำรงตำแหน่งสูงสุดระดับ รอง ผบช. 2 นาย ผบก. 11 นาย และรอง ผบก. 127 นาย ตามระเบียบหากมีคุณวุฒิและประสบการณ์ตรงตามคุณสมบัติเฉพาะสำหรับตำแหน่งในสายงานต่างๆ สามารถได้รับการแต่งตั้งเช่นเดียวกับตำรวจชาย ขึ้นอยู่กับการพิจารณาของผู้บังคับบัญชา โดยคำนึงถึงคุณสมบัติ ความรู้ความสามารถ และความเหมาะสมกับตำแหน่ง”

