“พิชัย” แนะ รัฐบาลและคสช. จับตาและ ดูแบบอย่างประชามติ Brexit
วันนี้ (22 มิ.ย.) นายพิชัย นริพทะพันธุ์ อดีต รมว. พลังงาน กล่าวว่า ในวันที่ 23 มิถุนายนนี้ประชาคมโลกคงจับตาดูผลการลงประชามติของประเทศอังกฤษ หรือที่เรียกว่า Brexit ที่ประชาชนอังกฤษจะออกเสียงประชามติว่าจะอยู่ร่วมกับอียูต่อหรือไม่ ขณะนี้แนวโน้มที่จะอยู่ต่อเป็นไปได้มาก โดยหากอังกฤษออกจากอียูจริงก็น่าจะส่งผลกระทบกับเศรษฐกิจโลกทางด้านตลาดเงินตลาดทุนเนื่องจากลอนดอนเป็นศูนย์กลางการเงินและตลาดทุนสำคัญแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งจะทำให้อัตราแลกเปลี่ยนของเงินสกุลหลัก ตลาดหุ้น และราคาทองคำจะมีความผันผวนมาก สำหรับประเทศไทย Brexit อาจจะส่งผลกระทบต่อไทยโดยตรงไม่มากนัก เพราะการส่งออกของไทยไปอังกฤษมีสัดส่วนเพียง 2% แต่ผลกระทบจาก Brexit อาจจะมีไปทั้งอียูได้ ซึ่งอาจจะทำให้การส่งออกไทยไปอียูลดต่ำลงอีกจากที่ลดต่ำอยู่แล้วเพราะอียูไม่เจรจาเขตการค้าเสรีกับไทย เนื่องจากรัฐบาลไม่เป็นประชาธิปไตย และถ้าอังกฤษออกจริง ประเทศอื่นๆที่มีปัญหาทางการเงินอยู่อาจจะออกตามอังกฤษด้วย ซึ่งจะส่งผลกระทบไปทั้งโลก จึงอยากให้รัฐบาลและแบงค์ชาติติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด และอยากให้รัฐบาลและ คสช. ได้ศึกษาวิธีการทำประชามติของอังกฤษที่เป็นสากล เพื่อที่จะได้นำมาใช้กับการทำประชามติรัฐธรรมนูญของไทย โดยต้องเปิดให้มีการวิพากษ์วิจารณ์อย่างเต็มที่ เพื่อประชาชนจะได้รับทราบถึงข้อมูลข้อดีข้อเสียในทุกด้าน ประชาชนจะได้ตัดสินใจอนาคตของตนเองได้ถูกต้อง อย่าทำให้ประชามติเป็นเพียงแค่การฟอกขาวรัฐธรรมนูญที่ไม่เป็นประชาธิปไตย เพราะสุดท้ายแล้วประชาชนจะเป็นผู้ได้รับผลกระทบมากที่สุดและอาจยาวนานถึง 20 ปี

