หน้าแรก Uncategorized ‘แอมเนส...

‘แอมเนสตี้’จี้ไทย ถอนฟ้อง 3เอ็นจีโอ หลังเผยแพร่รายงานการละเมิดสิทธิฯ

22.06.16 | 09:56 น.

“แอมเนสตี้”จี้ถอนฟ้อง 3 เอ็นจีโอหมิ่นทหารใต้ บี้สอบเอาผิดทรมานเหยื่อนราฯลอบยิง’อส.’สาหัส 2 ปัตตานีไล่ล่ามือวางเพลิง

เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นายออเดรย์ โกห์ราน ผู้อำนวยการงานรณรงค์ประเด็นสากล แอมเนสตี้ อินเตอร์เนชั่นแนล กล่าวว่า เรียกร้องทางการไทยให้ยกเลิกการแจ้งข้อหาต่อนายสมชาย หอมลออ น.ส.พรเพ็ญ คงขจรเกียรติ และ น.ส.อัญชนา หีมมิหน๊ะ 3 นักปกป้องสิทธิมนุษยชน ฐานหมิ่นประมาททางอาญาและความผิดทางคอมพิวเตอร์ โดยทั้งหมดได้รับหมายเรียกให้ไปรายงานตัวที่ สภ.เมืองปัตตานี ในวันที่ 26 กรกฎาคมนี้ จากข้อหาหมิ่นประมาทและการละเมิด พ.ร.บ.การกระทำผิดทางคอมพิวเตอร์ เนื่องจากการเก็บข้อมูลเพื่อจัดทำและเผยแพร่รายงานเกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนในประเทศไทย แทนที่ทางการไทยจะใช้กฎหมายซึ่งมีขอบเขตกว้างขวางและกำกวมเพื่อโจมตีนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ควรหาทางสอบสวนตามรายงานที่กล่าวหาว่ามีการทรมานและการปฏิบัติที่โหดร้าย เพื่อนำตัวผู้กระทำผิดมาลงโทษ

นายออเดรย์กล่าวว่า การฟ้องร้องของทางการไทยเกิดขึ้นหลังจากที่หน่วยงานของนักสิทธิมนุษยชนทั้ง 3 คน คือ มูลนิธิผสานวัฒนธรรมและกลุ่มด้วยใจ ได้เผยแพร่รายงานว่าเกิดการทรมานโดยหน่วยงานทางทหารในจังหวัดชายแดนใต้เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา ซึ่งบุคคลทั้ง 3 คนถูกทางการคุกคาม มีการกดดันให้เปิดเผยแหล่งข้อมูล หรือให้เปิดเผยรายละเอียดส่วนบุคคลของเหยื่อที่กล่าวหาว่าถูกทรมานด้วย

“3 คนที่ถูกกล่าวหาล้วนเป็นนักปกป้องสิทธิมนุษยชน ข้อกล่าวหาดังกล่าวเป็นสัญญาณบ่งบอกว่าทางการไทยเร่งปราบปรามสิทธิที่จะมีเสรีภาพในการแสดงออกและเสรีภาพด้านข้อมูลข่าวสาร การพยายามปิดปากและผู้ที่เรียกร้องการเยียวยา ซึ่งควรกระตุ้นให้มีการเพิ่มแรงกดดันเพื่อตรวจสอบหน่วยงานความมั่นคงมากขึ้น” นายออเดรย์กล่าว

วันเดียวกัน ร.ต.อ.ปรมินทร์ มยะกุล รองสารวัตรสอบสวน สภ.ยี่งอ จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุคนร้ายดักซุ่มยิงอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.ยี่งอ ได้รับบาดเจ็บ 2 นาย ที่บริเวณจุดตรวจหน้าสำนักงานเกษตรอำเภอยี่งอ หมู่ 3 ต.ยี่งอ จึงพร้อมด้วย พ.ต.อ.อดุลยมาน แยนา ผกก.สภ.ยี่งอ และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหาร รุดไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบรถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าเวฟ สีดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนล้มตะแคงอยู่ริมถนน พร้อมปลอกกระสุนปืนพกสั้น ขนาด 9 มม. 6 ปลอกตกอยู่ใกล้พงหญ้ารกทึบริมถนน และกองเลือดจำนวนหนึ่ง ส่วนผู้ได้รับบาดเจ็บทราบชื่อ อส.รุสลัน หะยีดอเลาะ อายุ 29 ปี ถูกกระสุนปืนยิงฝ่ามือซ้าย สะโพก รวม 3 นัด และ อส.ดิงมีซี ลายะ อายุ 27 ปี ถูกกระสุนปืนยิงที่น่องขวา 1 นัด เพื่อน อส.นำตัวส่งรักษาที่โรงพยาบาลยี่งอเฉลิมพระเกียรติ แต่อาการสาหัสแพทย์จึงส่งตัวรักษาต่อที่โรงพยาบาลนราธิวาสราชนครินทร์

Advertisement

จากการสอบสวนทราบว่า ก่อนเกิดเหตุ อส.ดิงมีซี ขี่รถจักรยานยนต์ออกจากจุดตรวจ โดยมี อส.รุสลัน นั่งซ้อนท้าย เพื่อเดินทางไปรับเสบียงอาหารยังที่ว่าการอำเภอยี่งอ ขณะขี่รถจักรยานยนต์ออกจากจุดตรวจ มีคนร้ายไม่ทราบจำนวนแฝงตัวอยู่ในพงหญ้ารกทึบริมทาง ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ออกมายิงใส่ทั้งสองจำนวน 6 นัดซ้อน จนรถจักรยานยนต์เสียหลักล้มคว่ำ เมื่อ อส.ดิงมีซี และ อส.รุสลัน ตั้งสติได้จึงใช้อาวุธปืนประจำกาย เอส.เค.ยิงตอบโต้ใส่คนร้าย ก่อนที่คนร้ายจะอาศัยความชำนาญพื้นที่หลบหนีไป เจ้าหน้าที่เชื่อว่าเป็นฝีมือการกระทำของกลุ่มผู้ไม่หวังดี เพื่อลอบดักสังหารเจ้าหน้าที่รายวัน

ที่เทศบาลเมืองปัตตานี นายพิทักษ์ ก่อเกียรติพิทักษ์ นายกเทศบาลเมืองปัตตานี นำเจ้าหน้าที่ดับเพลิงของเทศบาลเมืองปัตตานี 40 นาย เข้ารับการขอบคุณจากเจ้าของห้างร้าน พ่อค้า ประชาชน ที่ได้ช่วยเหลือเหตุลอบวางเพลิงร้าน ส.อะไหล่ยนต์ และร้านเจพีเฟอร์นิเจอร์ จนได้รับความเสียหาย ทำให้ไฟไม่ลุกลามไปติดร้านค้าบ้านเรือนประชาชนที่อยู่ใกล้เคียงกัน เหตุเกิดเมื่อกลางดึกวันที่ 19 มิถุนายนที่ผ่านมา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ชุดสืบสวนสอบสวนได้เบาะแสของผู้ต้องสงสัยแล้ว 2 ราย ที่ก่อนเกิดเหตุขี่รถจักรยานยนต์ไปจอดหน้าร้านเจพีเฟอร์นิเจอร์ ก่อนที่ทั้ง 2 คนจะเดินเข้าไปในร้านประมาณ 5 นาที ก็ออกมาแล้วขี่รถจักรยานยนต์หลบหนีไป เจ้าหน้าที่ได้เร่งตรวจสอบกล้องวงจรปิดทุกตัวที่อยู่บริเวณโดยรอบ พร้อมนำภาพผู้ต้องสงสัยมาขยายเพื่อตรวจสอบกับภาพในแฟ้มประวัติว่าเป็นกลุ่มเดียวกันที่มีหมายจับ และผู้ต้องสงสัยเคยก่อเหตุลอบวางเพลิงกว่า 20 จุดเมื่อปี 2556 หรือไม่