ย้ำอย่าตื่นไวรัสซิกา หลังพบเด็กพี่น้อง 2 รายป่วยเชียงใหม่ แนะวิธีป้องกันโรค
เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน นพ.อำนวย กาจีนะ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวถึงกรณีที่มีรายงานข่าวว่าพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสซิกาในจ.เชียงใหม่ และในพื้นที่มีประกาศควบคุม ว่า กรมควบคุมโรค(คร.) ได้รับรายงานจากพื้นที่และได้ส่งหน่วยปฏิบัติการควบคุมโรคติดต่อ ทั้งสำนักงานป้องกันควบคุมโรคที่ 1 เชียงใหม่ และสำนักระบาดวิทยา ลงพื้นที่ดำเนินการสอบสวนควบคุมโรคร่วมกับสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดเชียงใหม่และหน่วยงานสาธารณสุขในพื้นที่ตั้งแต่วันที่ 19 มิถุนายน 2559 ที่ผ่านมา โดยดำเนินการภายใน 24 ชั่วโมง ทันทีที่ได้รับรายงานจากพื้นที่ และทางจังหวัดเชียงใหม่ได้เปิดศูนย์ปฏิบัติการภาวะฉุกเฉิน (EOC) ทั้งในระดับอำเภอและระดับจังหวัด เพื่อดำเนินการป้องกันและควบคุมโรคอย่างเต็มที่ เบื้องต้นผู้ป่วยเป็นเด็กไทยอายุ 9 กับ 11 ปี (เป็นพี่น้องกัน) มีอาการไข้ออกผื่นทั้งสองราย ไม่มีอาการรุนแรง ผู้ป่วยทั้งสองรายได้รับการดูแลรักษาจากแพทย์อย่างใกล้ชิด ขณะนี้อาการหายเป็นปกติและเดินทางกลับบ้านแล้ว ผลการสอบสวนโรคล่าสุดขณะนี้ยังไม่มีรายงานผู้ป่วยยืนยันรายใหม่เพิ่มเติม
นพ.อำนวย กล่าวว่า สำหรับการดำเนินการควบคุมโรคในพื้นที่ดังกล่าว เจ้าหน้าที่ได้ดำเนินการเฝ้าระวัง สอบสวนควบคุมโรคตามมาตรการการควบคุมโรคติดเชื้อไวรัสซิกาของกระทรวงสาธารณสุขอย่างเข้มข้นในระดับสูงสุด ซึ่งเป็นไปตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งกำหนดให้โรคติดเชื้อไวรัสซิกาเป็นโรคติดต่อโรคที่ต้องเฝ้าระวัง 1 ใน 57 โรคแล้ว
นพ.อำนวย กล่าวต่อว่า ขอให้ประชาชนอย่าได้กังวลและตื่นตระหนกในเรื่องดังกล่าว ประชาชนสามารถเดินทางได้ตามปกติ แต่ขอให้ตระหนักในการป้องกันโรคและช่วยกันกำจัดยุงและแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายร่วมกัน ขอให้เชื่อมั่นในระบบเฝ้าระวังของประเทศไทยและติดตามข่าวสารจากกระทรวงสาธารณสุขอย่างต่อเนื่อง ส่วนอาการของโรค ได้แก่ มีไข้ ออกผื่น ตาแดง ปวดข้อ ข้อบวม ปวดหลัง อาจมีอาการอื่นๆ ได้ เช่น อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ ต่อมน้ำเหลืองโต และอุจจาระร่วง ส่วนใหญ่อาการไม่รุนแรง อาการเหล่านี้ทุเลาลงภายในเวลา 2-7 วัน แต่หากหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อหรือมีอาการดังกล่าวข้างต้น ให้รีบพบแพทย์โดยเร็ว เพราะถ้าติดเชื้ออาจส่งผลต่อทารกที่อยู่ในครรภ์ทำเกิดภาวะสมองเล็กได้
“ขณะนี้ประเทศไทยเข้าสู่ฤดูฝนแล้ว ซึ่งเป็นช่วงที่มีความเสี่ยงที่จะพบการระบาดได้หลายโรค โดยเฉพาะโรคที่มียุงลายเป็นพาหะ เช่น โรคไข้เลือดออก โรคติดเชื้อไวรัสซิกา และโรคไข้ปวดข้อยุงลาย ทั้งนี้ กรมควบคุมโรค ขอแนะนำการดูแลสุขภาพสำหรับประชาชนทั่วไป โดยเฉพาะหญิงตั้งครรภ์และหญิงในวัยเจริญพันธุ์ ดังนี้ 1.กำจัดแหล่งเพาะพันธุ์ยุงลายและกำจัดลูกน้ำยุงลายในบ้านเรือน ที่อยู่อาศัย โรงเรียน และสถานที่ทำงานอย่างสม่ำเสมอ 2.การป้องกันไม่ให้ยุงลายกัด โดยใช้ยาทากันยุง นอนในมุ้ง หรือห้องที่มีมุ้งลวด และ 3.หญิงตั้งครรภ์ควรไปฝากครรภ์ที่สถานบริการสาธารณสุขทั่วไป” นพ.อำนวยกล่าว

