ออง ซาน ซูจี เคยมาเยือนไทยอย่างเกรียวกราวเมื่อปี 2555 เพราะตอนนั้นเป็นการเยือนต่างประเทศเป็นครั้งแรกในรอบ 24 ปี หลังจากได้รับอิสรภาพและพม่าปรับเข้าสู่ระบบของการเดินหน้าสู่ประชาธิปไตย
การเยือนครั้งก่อนนั้นมีภาพของแรงงานชาวพม่าที่ตำบลมหาชัย จังหวัดสมุทรสาครไปต้อนรับอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง แต่ละคนมีสีหน้าปลาบปลื้มยินดีที่ได้เห็นนางซูจี
หลายคนให้สัมภาษณ์ว่า ดีใจและอยากร้องไห้ เพราะคิดว่าพม่ากำลังจะมีประชาธิปไตยแล้ว และยังหวังว่านางซูจีจะช่วยปรับปรุงชีวิตความเป็นอยู่ของพวกเขา แม้ว่าตอนนั้นนางซูจียังไม่มีตำแหน่งใดๆ ในรัฐบาลเลย
เมื่อเวลาผ่านมา 4 ปี ช่วงเวลานี้จะเท่าๆ กับวาระ 4 ปีของรัฐบาลที่อยู่ครบเทอมทั่วโลก ตอนนี้พม่าผ่านการเลือกตั้งตามวิถีประชาธิปไตยเรียบร้อย มีรัฐบาลใหม่จากพรรคสันนิบาตแห่งชาติเพื่อประชาธิปไตย อย่างเรียบร้อย และนางซูจีก็มีตำแหน่งในรัฐบาลเรียบร้อย ทั้งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ และที่ปรึกษาแห่งรัฐ
แม้ไม่ได้เป็นประธานาธิบดี เพราะรัฐธรรมนูญกั้นขวางไว้ แต่ประชาชนยอมรับนับถือว่านางซูจี คือผู้นำคนสำคัญ
การรับรองจากประชาชนจึงเป็นการรับรองที่ทรงอำนาจมากที่สุด
การมาเยือนไทยในสัปดาห์นี้ของนางซูจี เอกสารราชการระบุว่ามาในฐานะที่ปรึกษาแห่งรัฐ แห่งสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา หมายแรกจะไปคือพบปะพี่น้องแรงงานชาวพม่าในอุตสาหกรรมประมง ที่จังหวัดสมุทรสาครอีกครั้ง
จากสถิติของหน่วยงานรัฐ มีแรงงานพม่าไร้ทักษะทำงานอยู่ในไทยราว 1.4 ล้านคน ซึ่งส่วนใหญ่อยู่ในอุตสาหกรรมประมง
ในการเยือนครั้งก่อน นางซูจีเคยปราศรัยให้แรงงานพม่าอยู่ในไทยอย่างนอบน้อมถ่อมตน อย่าสร้างปัญหาให้ประเทศไทย อันเป็นการเปิดประเด็นแรงงานประมงพม่าในไทยไปสู่ความสนใจของโลก
การกลับมาครั้งนี้สะท้อนว่า กลุ่มแรงงานพม่าในสมุทรสาครยังคงเป็นกลุ่มประชาชนที่นางซูจีห่วงใยและพยายามจะแก้ไขปัญหาแรงงานพม่าลอบทำงานอยู่ในไทยอย่างผิดกฎหมาย เพราะเป็นจุดที่เชื่อมโยงไปสู่ปัญหาค้ามนุษย์และการใช้แรงงานเยี่ยงทาสได้
ในขณะที่ไทยตกอยู่ในสถานการณ์ที่ต้องปรับปรุงการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย หรือไอยูยู อย่างแข็งขัน จากแรงกดดันของสหภาพยุโรป ซึ่งแน่นอนว่าการแก้ปัญหาครั้งนี้กระทบต่อแรงงานชาวพม่าด้วย
จากข้อมูลของ นายอาคม เครือวัลย์ ประธานชมรมแปรรูปอาหารทะเลจังหวัดสมุทรสาคร ที่ให้สัมภาษณ์ประชาชาติธุรกิจ ว่าตั้งแต่เกิดปัญหาไอยูยู ล้งกุ้งปิดตัวจำนวนมากต้องเลิกจ้างแรงงานพม่า 50,000 คน จึงไหลกลับประเทศ
นอกเหนือจากการพบแรงงานพม่า นางซูจีมีกำหนดไปเยี่ยมพื้นที่พักพิงชั่วคราวสำหรับผู้หนีภัยการสู้รบจากฝั่งพม่า ที่บ้านถ้ำหิน จ.ราชบุรี ซึ่งจะเป็นอีกหมายหนึ่งที่จะสะท้อนปัญหาของพม่าที่ยังตกค้างมาจากการสู้รบของชนกลุ่มต่างๆ ในประเทศ
ส่วนอีกหมายที่อยู่ในความสนใจของผู้คนทั่วไปและคนรุ่นใหม่ คือปาฐกถาพิเศษให้แก่นักศึกษาไทย ในหัวข้อ Myanmar, ASEAN and the World : The Way Forward แปลความได้ว่าจะพูดถึงเมียนมา อาเซียนและโลก ในหนทางข้างหน้า
แค่หัวข้อเรื่องก็ทำให้น่าฟังแล้ว เพราะเขาตั้งใจจะเดินหน้า ไม่ได้ต้องหยุด หรือถอยหลังเพื่อรอการปฏิรูป

