เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร รรท.ผบช.น. พล.ต.ต.สมชาย นิตยบวรกุล รอง ผบช.น. พล.ต.ต.สมพงษ์ ชิงดวง รอง ผบช.น. แถลง พ.ต.อ.สถิตย์ สังข์ประไพ ผกก.สส.บก.น.1 พ.ต.ต. ทิพากร แก้วเปล่ง สว.กก.สส.บก.น.1 จับกุมนายนรินทร์ หรือเก๋ พรรณแสง อายุ 38 ปี ชาว จ.ลำปาง พร้อมของกลาง รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า คลิ๊ก สีแดง-ดำ ทะเบียน 4 กน-3925 กรุงเทพมหานคร รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อ ฮอนด้า รุ่นเวฟ 125 สีขาวทะเบียน 1 กจ-4273 กรุงเทพมหานคร แม่เหล็กเปิดลิ้นกุญแจ 6 อัน เหล็กแหลมใช้สำหรับแทงรูกุญแจ 8 อัน ตัวทีสำหรับสวมเหล็กแหลมไว้บิดเพื่อเปิดสวิตช์ 2 ตัว คีมตัดเหล็ก 1 อัน กุญแจรถ ยี่ห้อฮอนด้า 9 ดอก ชุดเครื่องมือสำหรับขันน็อต 1 ชุด หมวกกันน็อกยี่ห้อ space crown สีดำ 1 ใบ หมวกกันน็อก ยี่ห้อ Nippon สีขาว 1 ใบ ถุงมือยี่ห้อ biker สีดำ-เทา 1 คู่ เสื้อคลุมแขนยาว สีกรมท่า 1 คู่ จับกุมได้ที่บริเวณปากซอยจรัญสนิทวงศ์ 50 แขวงบางยี่ขัน เขตบางพลัด กทม.
พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า สืบเนื่องจากมีเหตุคนร้าย 2 คน แต่งกายคล้ายพนักงานรับ-ส่งเอกสาร ไปลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ตามลานจอดในพื้นที่ บก.น.1 โดยเฉพาะพื้นที่สน.บางโพ, สน.พญาไท, สน.สามเสน และเขตต่อเนื่องหลายครั้ง โดยเลือกเวลาก่อเหตุช่วงกลางวัน จากการตรวจสอบกล้องวงจรปิดในที่เกิดเหตุหลายคดีพบตำหนิ รูปพรรณเป็นคนร้ายคนเดียวกัน จึงออกสืบสวนติดตามจับกุม
ต่อมาชุดจับกุมไปเฝ้าสังเกตการณ์ จับกุมนายนรินทร์ไว้ได้ ส่วนนายอนุสรณ์ หรือตะวัน ย้อยดี หลบหนีไปได้ ตำรวจนำตัวนายนรินทร์ไปตรวจค้นบ้านพักพบจักรยานยนต์ที่ได้มาจากการโจรกรรม 1 คัน ซึ่งเป็นของนายเอกรัฐ โบราณมูล แจ้งหายไว้ท้องที่ สน.สุทธิสาร อุปกรณ์เครื่องมือสำหรับโจรกรรมรถจำนวนหนึ่ง และปฏิทิน บันทึกสถานที่ลักรถจักรยานยนต์ 1 ฉบับ ระบุตั้งแต่เดือน มกราคม 2559
สอบสวนนายนรินทร์ใรับสารภาพว่ารู้จักกับนายอนุสรณ์ (ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีอยู่) ระหว่างติดคุกเมื่อปี 2552 ในข้อหารับของโจร เมื่อออกมาจึงได้ร่วมกัน ก่อเหตุลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ในพื้นที่ กทม.และปริมณฑล มาตั้งแต่ปี 54 โดยขโมยวันละ 2 คัน หรือเฉลี่ยเดือนละประมาณ 50 คัน รถที่นิยมขโมยคือ msx,pcx,ฮอนด้าเวฟ,และสกู๊ปปี้ไอ เนื่องจากขายได้ราคาดี ทุกครั้งเวลาก่อเหตุจะสวมเสื้อคลุมพนักงานรับ-ส่งเอกสารสวมหมวกกันน็อกเต็มใบ ขี่รถจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สีขาว เมื่อเห็นรถเป้าหมาย นายนรินทร์จะลงไปใช้กุญแจแม่เหล็กเปิดฝากุญแจรถ จากนั้นนายอนุสรณ์จะใช้เหล็กตัวทีแทงเข้าไปในรูกุญแจสตาร์ต ใช้เวลาขโมยรถแต่ละคันประมาณ 3 นาที โดยทุกครั้งที่โจรกรรมรถเสร็จจะนำไปไปพักไว้ ที่บ้านเช่า ภายในซอยจรัญสนิทวงศ์ 50 ซึ่งทุกครั้งที่ไปขโมยรถได้จดสถานที่ลงในปฏิทินเพื่อไม่ให้ซ้ำกัน และจะหยุดในวันเสาร์ อาทิตย์ และวันพระ
จากนั้นนายนรินทร์จะนำรถไปส่งให้กับชายไม่ทราบชื่อ นามสกุล ที่บริเวณโลตัสนครชัยศรี จ.นครปฐม ในราคา คันละ 8,000 บาท เพื่อส่งต่อไปให้นายทุนที่อยู่ในประเทศพม่า ซึ่งจะได้รับส่วนแบ่งคันละ 3,000-4,000 บาท โดยมีรายได้จากการขโมยรถเดือนละประมาณ 150,000-200,000 ซึ่งจากการตรวจสอบประวัติพบว่าเมื่อปี 51 นายนรินทร์และนาย อนุสรณ์เคยถูกจับกุมในคดีลักทรัพย์รถจักรยานยนต์ ในท้องที่ สน.ลุมพินี, สน.บางรัก และ สน.บางโพงพาง เบื้องต้นแจ้งข้อหาร่วมกันลักทรัพย์ หรือรับของโจร นำตัวส่ง สน.สุทธิสาร ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

