หน้าแรก Uncategorized ปส.แถลงจับ2คด...

ปส.แถลงจับ2คดี ผู้ต้องหา4คน ยาบ้ากว่า8แสนเม็ด ไอซ์5กก. มูลค่า250ล้าน

22.06.16 | 13:51 น.

เมื่อวันที่ 22 มิถุนายน กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.) พล.ต.ต.อาชวันต์ โชติกเสถียร รอง ผบช.ปส. พล.ต.ต.ทนัย อภิชาตเสนีย์ ผบก.สกส.บช.ปส. พล.ต.ต ทนงศักดิ์ ทั่งทอง ผบก.ปส.1 พล.ต.ต.ไชยยา รุจจนเวท ผบก.ปส.2 ร่วมกันแถลงผลการจับกุมคดีเกี่ยวกับยาเสพติด 2 คดี ผู้ต้องหา 4 คน พร้อมของกลางยาบ้า 814,000 เม็ด ไอซ์ 5 กก. โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง
คดีแรก จับกุมตัว นายมงคล เกษมจิตร์ อายุ 45 ปี ชาว จ.นครปฐม พร้อมยาบ้า 600,000 เม็ด ไอซ์ 5 กิโลกรัม รวมมูลค่า 250 ล้านบาท รถยนต์เก๋ง ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 2 กร 5684 กรุงเทพมหานคร จำนวน 1 คัน โทรศัพท์มือถือ 2 เครื่อง จับกุมตัวได้บริเวณในซอยเข้าบ้านเลขที่ 332/1 ม.1 ต.กำแพงแสน อ.กำแพงแสน จ.นครปฐม เมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา

พล.ต.ต.อาชวันต์เปิดเผยว่า รับแจ้งจากสายลับว่าจะมีนายมงคล ซึ่งเป็นผู้ต้องโทษในคดียาเสพติด แต่ยังลักลอบจำหน่ายยาเสพติดใน จ.นครปฐม และพื้นที่ใกล้เคียง จึงเฝ้าติดตามพฤติการณ์ จนกระทั่งเมื่อเวลา 10.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน พบนายมงคลขับรถยนต์ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีออส สีดำ ทะเบียน 2 กร 5684 กรุงเทพมหานคร ออกมาจากบ้านพักมีพิรุธ พอมาถึงบริเวณหน้าปากซอยเจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเพื่อขอตรวจค้น ระหว่างนั้นผู้ต้องหากลับเร่งเครื่องยนต์เพื่อหวังจะหลบหนี เจ้าหน้าที่เห็นท่าไม่ดีจึงขับรถยนต์ขวางเอาไว้ได้ จากการตรวจค้นภายในรถพบของกลางซุกซ่อนอยู่กระโปรงท้ายรถ จึงยึดไว้

นายมงคลรับสารภาพว่า เมื่อปี 2551 ที่ผ่านมา เคยต้องโทษคดียาเสพติดอยู่ที่เรือนจำสุราษฎร์ธานี 1 ปี 6 เดือน ในข้อหาจำหน่ายยาไอซ์ จำนวน 20 กรัม เมื่อพ้นโทษมาเมื่อปี 2553 ได้ซักระยะก็ถูกทางเจ้าหน้าที่ สภ.เคียนซา จ.สุราษฎร์ธานี ล่อซื้อยาบ้า จำนวน 100 เม็ด แต่ครั้งนั้นตนสู้คดีจนหลุดออกมาได้ ส่วนในครั้งนี้ตนกำลังจะลำเลียงยาเสพติดทั้งหมดไปส่งมอบให้กับลูกค้า ทำเป็นครั้งที่ 2 โดยทุกครั้งจะรับยาบ้ามาจากชายแดน จ.พะเยา ก่อนลำเลียงส่งลูกค้าใน อ.ปากท่อ จ.ราชบุรี และสุราษฎร์ธานี

เบื้องต้นแจ้งข้อหา “มียาเสพติดให้โทษประเภทที่ 1( ยาบ้าและไอซ์) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.1 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ก.22 จับยา
คดีที่ 2 จับกุมตัว นายตั้ม (นามสมมุติ) เยาวชน อายุ 17 ปี ชาว จ.เพชรบุรี นายพีรภาส นุชเจริญ อายุ 24 ปี ชาว จ.เพชรบุรี และนายสุวินัย บุญเอี่ยม อายุ 23 ปี ชาว จ.นครราชสีมา พร้อมของกลางยาบ้า214,000 เม็ด รถยนต์กระบะอีซูซุ รุ่นดีแมคซ์ 4 ประตู สีขาว ทะเบียน 3กต 4428 กรุงเทพมหานคร รถยนต์กระบะ ยี่ห้อโตโยต้า รุ่นวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ผก 6630 นครราชสีมา โทรศัพท์มือถือ 4 เครื่อง โดยจับกุมตัวได้บริเวณด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้ว ต.ลาดบัวขาว อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา ต่อเนื่องถนนหมายเลข 304 หลัก กม.ที่ 282-285 ต.ปักธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา และสวนสัตว์นครราชสีมา เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 21 มิถุนายน ที่ผ่านมา

Advertisement

พล.ต.ต.อาชวันต์เปิดเผยว่า รับแจ้งจากสายลับว่า จะมีกลุ่มบุคคลที่มีพฤติการณ์ลักลอบขนยาเสพติด เดินทางมารวมตัวกันที่ จ.สกลนคร และจะเข้าพักที่โรงแรม เอ็น เอ เค จ.สกลนคร ชุดจับกุมจึงได้เฝ้าติดตาม จนทราบว่ามีรถยนต์ต้องสงสัย คือ รถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุ และรถยนต์กระบะยี่ห้อโตโยต้า ของกลาง จนกระทั่งกลุ่มบุคคลดังกล่าวได้ขับรถยนต์ออกจากโรงแรมที่พักพร้อมกันทั้ง 2 คัน ขับมุ่งหน้าไปทาง จ.นครพนม โดยมีรถกระบะโตโยต้าขับนำหน้ารถยนต์กระบะยี่ห้ออีซูซุขับตาม จนกระทั่งรถยนต์ทั้ง 2 คันได้แวะเข้าพักที่ เค ซี เพลส บ้านไผ่

พล.ต.ต.อาชวันต์กล่าวต่อว่า หลังจากนั้น รถยนต์ทั้ง 2 คันได้ขับรถออกจากโรงแรมที่พักใช้ถนนมิตรภาพมุ่งหน้า จ.นครราชสีมา ชุดติดตามจึงได้ประสานไปยังด่านตรวจยานพาหนะสีคิ้วให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งด่านตรวจค้นรถ จนกระทั่งพบรถยนต์โตโยต้า ทะเบียน ผก 6630 นครราชสีมา ที่ขับนำหน้า ขับเข้าด่านตรวจ ส่วนรถยนต์กระบะอีซูซุที่ขับตามได้ขับหลบด่านมุ่งไปยัง อ.โชคชัย จ.นครราชสีมา จนถึงถนนหมายเลข304 จนถึงหลัก กม.ที่ 282-285 ถนนสาย 304 ต.ปักธงชัยเหนือ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา มุ่งหน้าตัวเมืองนครราชสีมา บุคคลในรถได้ทิ้งสิ่งของต้องสงสัยเป็นกระเป๋าจำนวน 2 ใบลงข้างทางเจ้าหน้าที่ตำรวจจึงได้จอดรถเพื่อตรวจสอบ จนทราบว่าเป็นยาบ้า 104 มัด ประมาณ 208,000 เม็ด จึงตรวจยึดไว้ ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่อีกส่วนหนึ่งได้ขับรถติดตามเข้าไปในสวนสัตว์นครราชสีมา พบนายสุวินัยกำลังจะหลบหนี จึงได้เข้าทำการควบคุมตัวและตรวจค้นภายในรถยนต์ของกลางพบยาบ้าของกลางรวมจำนวน 3 มัด ประมาณ 6,000 เม็ด วางอยู่บนเบาะหลังรถ

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดรับสารภาพตรงกันว่าได้รับจ้างจากนายทุนให้นำยาบ้า จาก จ.สกลนคร ลงมายังภาคกลางแต่ยังไม่ทราบว่าให้ไปส่งที่ใด ซึ่งทางนายทุนจะโทรมาบอกที่หมายอีกที ซึ่งทำมาแล้ว 2 ครั้ง ได้ค่าจ้างครั้งละ 5 หมื่น เมื่อได้เงินมาก็จะเอามาแบ่งกัน อย่างไรก็ตาม จะควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวน เพื่อจะได้สืบสวนขยายผลการจับกุมบุคคลในเครือข่ายและยึดทรัพย์ต่อไป

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา “ร่วมกันมียาเสพติดให้โทษประเภท 1(ยาบ้า) ไว้ในความครอบครองเพื่อจำหน่ายโดยผิดกฎหมาย” ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวน บก.ปส.2 ดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป