หน้าแรก Uncategorized ก.พลังงานลั่น...

ก.พลังงานลั่นหาก”ปตท.สผ.-เชฟรอน”แพ้ประมูลปิโตรเลียมแหล่งเก่า ส่งผลผลิตก๊าซสะดุด กระทบค่าไฟเพราะ 6.3 พันเมกต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นราคาแพง

22.06.16 | 15:22 น.

 

นายประเสริฐ สินสุขประเสริฐ รองผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและแผนพลังงาน(สนพ.) กระทรวงพลังงาน กล่าวระหว่างการสัมมนาเรื่อง”ผลกระทบและทางออกสัมปทานปิโตรเลียมหมดอายุ” จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจ ว่า จากมติคณะกรรมการนโยบายพลังงานแห่งชาติ(กพช.) ที่กำหนดให้ใช้วิธีการประมูล 2 แหล่งปิโตรเลียมในอ่าวไทย ที่กำลังจะหมดอายุสัมปทานปี 2565-2566 คือ เอราวัณและบงกช นั้น สนพ.ได้พิจารณาข้อมูลปริมาณก๊าซในพื้นที่พบว่า หากผลการประมูลไม่ใช่รายเดิม คือ บริษัท เชฟรอนประเทศไทยสำรวจและผลิต จำกัด และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด(มหาชน)หรือปตท.สผ.ที่ชนะ และได้รายใหม่ จะทำให้การผลิตเกิดความสะดุด ปริมาณก๊าซธรรมชาติที่ได้ไม่ต่อเนื่อง กระทบต่อปริมาณไฟฟ้าของประเทศ เพราะผู้ผลิตปิโตรเลียมรายใหม่จะต้องเริ่มลงทุน ต้องใช้เวลาในการก่อสร้าง จ้างงาน รวมระยะเวลาในการลงทุนทั้งสิ้น 6-7 ปี นับตั้งแต่ชนะประมูล ซึ่งคาดว่าจะได้ผู้ชนะในปี 2560

นายประเสริฐกล่าวว่า ผลกระทบที่ชัดเจนจะเกิดขึ้นในปี 2564 หากผู้ผลิตไม่ใช่รายเดิมและการผลิตสะดุด ผลิตได้น้อยลง จะทำให้ประเทศไทยมีความต้องการใช้ก๊าซธรรมชาติเหลว(แอลเอ็นจี)ถึง 20 ล้านตัน ขณะที่ความสามารถในการนำเข้าของไทยเทียบกับคลังแอลเอ็นจีที่มีอยู่ คือ 11 ล้านตัน เท่ากับว่าแอลเอ็นจีจะขาดอยู่ประมาณ 9 ล้านตัน คิดเป็นปริมาณไฟฟ้า 6,300 เมกะวัตต์ ส่วนนี้รัฐบาลจะต้องรณรงค์ให้ประชาชนประหยัดพลังงาน และต้องใช้วิธีนำเข้าน้ำมันเตาและน้ำมันดีเซลมาทดแทนเพื่อผลิตไฟฟ้า ประมาณ 2-3 ล้านตันต่อวัน ส่วนนี้จะกระทบกับค่าไฟฟ้าให้สูงขึ้น เพราะเชื้อเพลิงในการผลิตไฟฟ้ามีการนำเข้าจากต่างประเทศมากขึ้น เทียบกับปัจจุบันที่ใช้ก๊าซธรรมชาติในไทยเป็นหลัก นอกจากนี้ยังต้องใช้การขนส่งน้ำมันด้วยรถบรรทุกไปยังโรงไฟฟ้าราชบุรีประมาณ 70 คันต่อวัน เพราะ 1 คันจะบรรทุกน้ำมันได้ 2 หมื่นลิตร เกิดความเสี่ยงในการขนส่ง กระทบต่อการจราจรในภาพรวมแม้จะขนส่งเฉพาะช่วงกลางคืนก็ตาม

“ผลกระทบนี้ยังรวมความเสี่ยงจากการที่ไม่สามารถเดินหน้าก่อสร้างโรงไฟฟ้ากระบี่ 800 เมกะวัตต์ จ.กระบี่ และโรงไฟฟ้าเทพา 1 และ2 รวม 2,000 เมกะวัตต์ จ.สงขลา ดังนั้นต้องผลักดันให้โรงไฟฟ้าถ่านหินเกิดให้ได้ เพื่อกระจายเชื้อเพลิง และกระจายความเสี่ยงในการผลิตไฟฟ้า โดยขณะนี้ไม่สามารถคำนวณได้ว่ากำลังผลิตไฟฟ้า 6,300 เมกะวัตต์ที่ต้องใช้เชื้อเพลิงอื่นที่ไม่ใช่ก๊าซธรรมชาติจะมีต้นทุนเท่าไร เพราะราคาน้ำมันยังอยู่ระดับต่ำ หากปี 2564 ราคาน้ำมันอยู่ในระดับต่ำเช่นปัจจุบันค่าไฟฟ้าก็ไม่สูงมาก แต่หากราคาน้ำมันกลับไปมากกว่า 100 เหรียญสหรัฐต่อบาร์เรล ก็จะทำให้ค่าไฟฟ้ามีราคาสูงมากแน่นอน”นายประเสริฐกล่าว