หน้าแรก Uncategorized ค้านราชภัฏเชี...

ค้านราชภัฏเชียงราย ทำโปรเจ็กต์เมืองในมหา’ลัย 8.9 พันล้าน กระทบเจ้าของหอพัก-ผู้ค้า-ชาวบ้าน

22.06.16 | 16:40 น.
วันที่ 22 มิถุนายน กลุ่มเครือข่ายผู้ประกอบการหอพักหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงราย (มร.ชร.) และประชาชนในพื้นที่ ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ประมาณ 50 คน ได้พากันไปชุมนุมหน้าทางเข้า มร.ชร.เพื่อเรียกร้องขอให้ผู้บริหาร มร.ชร.ได้ยุติโครงการที่เป็นกระแสว่าอาจจะมีการก่อสร้างหอพักภายในมหาวิทยาลัย ศูนย์การค้า ร้านค้า ฯลฯ มูลค่า 8,900 ล้านบาท โดยได้มีการถือป้ายข้อความต่างๆ รวมทั้งมีการนำป้ายไปติดที่สะพานลอยหน้าตลาดบ้านดู่ พร้อมกับแจกจ่ายเอกสารมีเนื้อหาว่าจากการที่มีกระแสข่าวโครงการดังกล่าว และได้ปักหลักชุมนุมปราศรัย ท่ามกลางเจ้าหน้าที่ตำรวจ อส.เชียงรายและเจ้าหน้าที่ทหารเข้าไปเจรจาพร้อมจัดการจราจรเพื่อให้การเข้าออกมหาวิทยาลัยสะดวกขึ้น
นายวัฒน์ฐิกรณ์ เชิดธีระกุล ตัวแทนผู้ชุมนุม กล่าวว่า การที่ต้องออกมาชุมนุมกันเพราะหากโครงการดังกล่าวเป็นจริงจะผลกระทบกับ 4 กลุ่ม คือกลุ่มผู้ประกอบการหอพัก กลุ่มผู้ค้ารายย่อยท้องถิ่น กลุ่มชาวบ้านที่ใช้น้ำจากหนองบัวที่เป็นหนองน้ำภายใน มร.ชร.และกลุ่มผู้ที่จะได้รับผลกระทบจากการเวนคืนที่ดิน โดยเฉพาะกลุ่มหอพักนั้นจะได้รับผลกระทบทันทีเพราะโครงการจะทำให้มีหอพักมากขึ้นถึง 5,000 ห้อง ปัจจุบันมีผู้ประกอบการที่อยู่รอบๆ ประมาณ 600 แห่งใน 19 หมู่บ้าน ซึ่งรองรับนักศึกษาชั้นปีที่ 2-4 ก็คงไม่มีนักศึกษาเข้าพักเพราะจะมีการนำทั้งหมดไปยังหอพักในตามโครงการกันหมดแล้วพวกตนจะอยู่อย่างไร บางรายต้องกู้เงินมาสร้างนับ 10 ล้าน หากถูกทำลายเช่นนี้คงอยู่ลำบากอย่างหนัก
จากนั้น ผศ.เจษฎา สุวรรณ รองอธิการบดี มร.ชร.ได้เข้าเจรจากับกลุ่มผู้ชุมนุมโดยระบุว่าไม่สามารถให้ข้อมูลใดๆ ได้ จึงขอให้ชาวบ้านส่งตัวแทนไปร่วมประชุมหารือกันที่ห้องประชุมภายใน มร.ชร.ในเวลา 13.30 น.วันเดียวกัน แต่กลุ่มผู้ชุมนุมแจ้งว่าต้องการเข้าไปทั้งหมดเพราะไม่มีแกนนำทำให้เกิดการขัดข้องด้านการสื่อสารกันอยู่พักใหญ่ โดยเฉพาะเมื่อทางผู้บริหาร มร.ชร.แจ้งว่าปัจจุบันมีการอนุรักษ์พันธุ์ปลาในหนองบัวอย่างเต็มที่เพื่อไม่ให้ได้รับผลกระทบ อีกทั้งโครงการเป็นเพียงแนวคิดเพื่อสร้างสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานที่จำเป็นต่อการศึกษา เพราะอาคารหลายแห่งผ่านการใช้งานมานานกว่า 40 ปีแล้ว แต่เนื่องจากต้องใช้งบประมาณจำนวนมากจึงเปิดโอกาสให้เอกชนเข้าร่วมทุนแต่ยังมีขั้นตอนอีกมากรวมถึงการประเมินความคิดเห็นจากประชาชนด้วยจึงยังไม่มีการดำเนินการก่อสร้างใดๆ ส่วนกระแสเรื่องจะมีกลุ่มทุนเครือบริษัทซีพีออลล์เข้าดำเนินการนั้นถือเป็นความคลาดเคลื่อนเพราะมีเพียงการบันทึกความเข้าใจร่วมทางวิชาการและไม่ได้เชื่อมโยงกับโครงการนี้เลย
201606221402181-20021028190531
ด้าน ผศ.ดร.ทศพล อารีนิจ กล่าวว่า ที่ผ่านมาการพัฒนาสาธารณูปโภคขั้นพื้นฐานภายในมหาวิทยาลัยประสบปัญหาเรื่องงบประมาณ เพราะการก่อสร้างต้องใช้งบประมาณคราวละ 100 ล้านบาท แม้จะนำค่าลงทะเบียนเรียนไปดำเนินการก็ยังไม่เพียงพอ การที่กฎหมายเปิดช่องให้เอกชนให้มีส่วนร่วม แต่ในปัจจุบันก็มีเพียงแค่ความร่วมมือกันทางวิชาการเท่านั้นไม่ได้มีการก่อสร้างใดๆ ตามที่เป็นกระแสแต่อย่างใด จึงเกรงว่าความคลาดเคลื่อนในความเข้าใจผิดดังกล่าวจะกระทบต่อความร่วมมือทางการศึกษาระหว่างมหาวิทยาลัยกับภาคเอกชนต่างๆ ที่จะต้องมีมากขึ้นในอนาคตได้ ทำให้ผู้ชุมนุมที่ทราบต่างรู้สึกสบายใจและอยากให้มีการเชื่อมโยงระหว่างมหาวิทยาลัยกับผู้ชุมนุมโดยมีการติดต่อสื่อสารระหว่างกันเพื่อให้เกิดความเข้าใจตรงกัน