นางสุรางคณา วายุภาพ ผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ (องค์กรมหาชน) หรือ สพธอ. เปิดเผยถึงกรณีที่ เอ็นโซโก้ เว็บไซต์ขายดีลคูปองสินค้าและบริการต่างๆ ได้ยุติการประกอบกิจการในประเทศไทยและเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และส่งผลกระทบต่อผู้บริโภคที่มีการซื้อดีลคูปองไปแล้วแต่ไม่สามารถใช้งานได้ เพราะร้านค้างดการรับคูปองของเอ็นโซโก้ ภายหลังปิดกิจการนั้น เบื้องต้นทางกระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร(ไอซีที) และ สพธอ.ได้ตกลงเพื่อร่วมกันแก้ไขปัญหาของผู้บริโภคกับหลายหน่วยงาน เช่น สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค (สคบ.) และสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้บริโภคทางออนไลน์ ซึ่งในทางกฎหมายนั้นความตกลงซื้อสินค้า ผ่านเว็บไซต์เอ็นโซโก้ ธุรกรรมที่เกิดขึ้นผ่านช่องทางของเอ็นโซโก้จึงถือว่าเป็นธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้าและบริการ กับผู้บริโภคโดยตรง
“การที่เจ้าของสินค้าบางรายที่ออกมาปฏิเสธไม่รับคูปองของเอ็นโซโก้โดยอ้างว่าไม่สามารถเข้าระบบหน้าร้านของเอ็นโซโก้ได้ หรือเจ้าของสินค้าและบริการไม่อาจเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้ โดยกรณีดังกล่าว สพธอ.เห็นว่า เป็นเรื่องที่เจ้าของสินค้าและบริการ จะต้องไปเรียกเก็บเงินจากเอ็นโซโก้เองโดยตรง จึงไม่สามารถอ้างเหตุการปิดตัวของเอ็นโซโก้ ในการไม่ส่งมอบสินค้าหรือไม่บริการแก่ผู้บริโภคที่ใช้คูปองได้ เพราะถือว่าธุรกรรมระหว่างเจ้าของสินค้าและบริการ กับผู้บริโภคถือว่าเกิดขึ้นโดยสมบูรณ์ตามกฎหมายแล้ว ในส่วนของการเติมเงินในระบบออนไลน์ของเอ็นโซโก้แคช ที่ประชาชนซื้อโดยตรงจากเอ็นโซโก้ ตามกฎหมายแล้วประชาชนสามารถฟ้องร้องเรียกคืนจากทางเอ็นโซโก้ได้ “นางสุรางคณากล่าว
นางสุรางคณากล่าวว่า สำหรับผู้บริโภคนั้นหากเจ้าของสินค้าและบริการรายใดปฏิเสธการให้สินค้าหรือบริการผู้บริโภคสามารถร้องเรียนเรื่องดังกล่าวไปยังเบอร์ 1212 ซึ่งเป็นศูนย์กลางในการดูแลเรื่องนี้ หรือสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองผู้บริโภค โทร 1166 แต่หากผู้บริโภคไม่ประสงค์ที่จะรับสินค้าและบริการ ที่ได้มีการเสียเงินซื้อไปแล้วนั้น ผู้บริโภคย่อมมีสิทธิตามกฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค ตามประกาศคณะกรรมการว่าด้วยสัญญา เรื่อง ให้ธุรกิจบัตรเครดิตเป็นธุรกิจที่ควบคุมสัญญา (ฉบับที่ 4) พ.ศ. 2556 ในการขอยกเลิกการซื้อสินค้าหรือขอรับบริการภายใน 45 วันนับแต่วันที่ซื้อหรือขอรับบริการ หรือภายใน 30 วันนับแต่วันถึงกำหนดการส่งมอบหรือบริการ
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นผู้บริโภคที่เดือดร้อนจากการปิดตัวของเอ็นโซโก้ได้มีการรวมตัวกันตั้งเว็บเพจบนเฟซบุ๊ก ชื่อ “รวมผู้ได้รับผลกระทบensogo” โดยเวลาเพียง 1 คืน ภายหลังการปิดตัวของเอ็นโซโก้ พบว่ามีผู้กดติดตามเว็บเพจดังกล่าวแล้วทั้งสิ้นราว 2,000 คน โดยแอดมินเพจดังกล่าวได้แจ้งให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบ หากชำระผ่านบัตรเครดิตให้รีบติดต่อไปยังธนาคารนั้นๆ พร้อมแจ้งขอระงับการเรียกเก็บ หรือ ขอเรียกเงินคืน เพราะรูปแบบบัตรเครดิตธนาคาร จะสามารถแจ้งได้ว่าสถานการณ์ของผู้ให้บริการนั้นไม่น่าเชื่อถือ

