“นายกฯ” มั่นใจการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาเป็นสนามบินนานาชาติแห่งที่ 3 ทดลองใช้ได้ในเดือน ส.ค.นี้และเปิดให้บริการได้ในปลายปี
เมื่อเวลา 13.30 น. ที่สนามบินอู่ตะเภา จ.ระยอง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีแถลงภายหลังการลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการพัฒนาสนามบินอู่ตะเภาว่า ประเทศจำเป็นต้องเตรียมการเศรษฐกิจโลกในอนาคตต้องเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันทุกมิติในขณะที่เราเป็นประเทศมีข้อจำกัด พัฒนาประเทศได้ล่าช้าและต้องดูแลภาคการเกษตรรัฐสวัสดิการก็ทำให้ไม่สามารถลงทุนอะไรใหม่ๆ ได้ ทั้งนี้ ความแน่ชัดของรัฐบาลคือการพัฒนาโครงสร้างเศรษฐกิจใหม่ของประเทศให้มีการปรับปรุงการทำงานใหม่โดยใช้ประโยชน์พื้นที่ที่มีศักยภาพให้เกิดประโยชน์เต็มที่
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า สำหรับสนามบินอู่ตะเภาจำเป็นต้องทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจในพื้นที่หมื่นกว่าไร่ต้องทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดนโยบายคือจะต้องป็นพื้นที่ที่ดูแลทั้งด้านความมั่นคงและพัฒนาเศรษฐกิจควบคู่ไปด้วยกัน ซึ่งข้อสรุปที่ถือเป็นข้อยุติจำเป็นต้องไปวางแผนกันอีกครั้งเพื่อนำไปสู่งบประมาณการออกแบบโครงการทั้งหมดนี้คือแผนการเดินหน้าประเทศสร้างแรงจูงใจการลงทุนจากต่างชาติ
“เราจำเป็นต้องพัฒนาประเทศไปพร้อมกันทั้งเกษตรอุตสาหกรรมโดยไม่ทำลายสิ่งแวดล้อม ฉะนั้นสิ่งที่พิจารณาตรงนี้เร่งรัดให้ดำเนินการในปี 2559 ซึ่งจังหวัดระยองถือเป็นจังหวัดที่มีจีดีพีสูงสุดในประเทศไทยเป็นอันดับที่ 1 เพราะมีอุตสาหกรรม เกษตรและท่องเที่ยวผสมผสานอยู่ในจังหวัดเดียว การพัฒนาคมนาคมทางอากาศ ศูนย์ซ่อมเครื่องบินจึงถือเป็นการเพิ่มศักยภาพรับคนจาก 8 แสนคนต่อปีให้เป็น 3 ล้านคนต่อปี(รวม 3 สนามบิน) สร้างความเชื่อมโยงทั้งทางบกเรือ และอากาศโดยจะต้องให้ทางองค์การการบินระหว่างประเทศ หรือไอเคโอ มาดูความเรียบร้อยด้วย ซึ่งระยะแรกของโครงการเดินหน้าไปแล้วต่อไปต้องปรับปรุงถนนแก้ปัญหาการจราจรที่ติดขัดรัฐบาลจำเป็นต้องแก้ปัญหานี้ก่อนที่จะพัฒนาโครงการต่อไป” นายกรัฐมนตรี กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า ในส่วนของการขนส่งทางรางนั้นได้มีการวางแผนเรื่องรถไฟโดยจะต้องปรับปรุงให้ทันสมัย โดยใช้รางรถไฟเดิมก่อนพัฒนาเป็นรถไฟรางคู่ หรือรถไฟความเร็วสูงที่ต้องวางแผนรองรับส่วนการลงทุนร่วม แบบพีพีพีนั้นให้คำนึงถึงการใช้ประโยชน์จากพื้นที่สองข้างทางรถไฟที่เตรียมเสนอให้สนช.พิจารณาการใช้ประโยชน์ที่ดินจากสองข้างทางที่รางรถไฟวิ่งผ่านสำหรับการเชื่อมโยง 3 สนามบินเพื่ออำนวยความสะดวกในการระบายผู้โดยสาร นั้นอาจต้องมีการขยายต่อแอร์พอร์ตเรียลลิงค์เพื่อแบ่งเบาภาระสนามบินอื่นๆ
นายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ในด้านการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกจุกเสม็ดต้องวางแผนเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่อื่น เช่น ท่าเรือแหลมฉบัง การใช้เรือเฟอร์รี่ข้ามไปหัวหินใช้เรือท่องเที่ยวตามชายฝั่งไปถึงภาคใต้ซึ่งก็จะสามารถลดระยะเวลาการเดินทางโดยรถยนต์จากกทม.ถึง ภาคใต้ ซึ่งจะช่วยแบ่งเบาภาระการจราจรทางถนนด้วย ซึ่งทั้งหมดมอบหมายให้นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกฯเป็นผู้ดูแลในภาพรวม ส่วนเรื่องของอุตสาหกรรมที่มีการนิคมอุตสาหกรรมอยู่แล้วนั้นอาจมีการส่งเสริมอุตสาหกรรมใหม่ เชื่อมโยงไปถึงที่เก่าส่วนประชาชนที่อาจได้รับผลกระทบการบุกรุกพื้นที่จะต้องมีการแก้ปัญหาให้ก่อน เช่นทำตลาดค้าขายสร้างที่อยู่อาศัยตอบสนองความต้องการของคนในพื้นที่ด้วยในเรื่องของศูนย์อากาศยานการพัฒนานั้นคงไม่ซ่อมเฉพาะแค่เครื่องบินไทยอย่างเดียวต้องเพิ่มขีดความสามารถให้สามารถซ่อมสายการบินอื่นได้ด้วยจุดนี้จะช่วยเพิ่มรายได้ให้กับการบินไทยได้จำนวนมากต้องมีการขยายงานให้มากขึ้นโดยอาศัยความร่วมมือกับต่างประเทศ
“รัฐบาลจะฝากเรื่องนี้ไว้เป็นผลงาน ไม่ได้กลัวอะไรทั้งสิ้น แต่ต้องการทำให้ประเทศมีโอกาสทัดเทียมกับชาติอื่นอุตสาหกรรมใหม่ต้องไม่ทำลายสิ่งแวดล้อมอุตสาหกรรมต้องเชื่อมโยงเอสเอ็มอีประชารัฐต้องคิดภาพรวมแบบนี้ประเทศไทยอาจจะช้าไปแต่ต้องเปิดใจให้กว้างยอมรับให้มุมมองแห่งความแตกต่างบ้างประเทศท้อถอยหมดกำลังทุกวัน ภาระของรัฐมีมากขึ้นทุกวันรัฐสวัสดิการ เบี้ยคนชรารถไฟฟรี รถเมล์ฟรี จำเป็นต้องหาแนวทางพัฒนาศักยภาพของประเทศ ผมไม่ได้มองเล็กๆ การทำให้ประเทศมั่นคงไม่ได้มองจิ๊บๆ ทะเลาะกันเรื่องเล็กน้อยอย่างนี้ทำให้งานใหญ่เดินไม่ได้ก็ต้องดูว่าจะร่วมมือกันได้มากน้อยแค่ไหนตรงนี้ก็ถือเป็นการเปิดตัวเพื่อสร้างแรงจูงใจทำให้ประชาชนคนไทยมีความสุขขึ้นซึ่งคุยกันไปถึงภาคอื่นด้วยแล้วว่าจะพัฒนาศักยภาพของประเทศอย่างไรต่อไป ขอร้องอย่าสร้างความขัดแย้งกันอีกเลยแยกกันให้ออกแล้วกันไม่สามารถบังคับใครได้ทั้งหมด ก็บังคับใช้กฎหมายเท่าที่มี” พล.อ.ประยุทธ์กล่าว
พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวยืนยันอีกครั้งว่า การพัฒนาสนามบินอู่ตะเภานี้จะเริ่มดำเนินการทดลองใช้ในเดือน ส.ค.นี้ และภายในสิ้นปีจะสามารถเปิดใช้อย่างเป็นทางการได้ ซึ่งจะเป็นในลักษณะของการสร้างไป หาเงินไป โดยใช้กฎหมายใช้ประโยชน์จากสองข้างทางรถไฟใช้แอร์พอร์ตลิงค์ รถไฟรางคู่และรถไฟความเร็วสูงเชื่อมต่อถึง 3 สนามบิน
“ซึ่งถ้าไว้วางใจผมสักอย่างก็พอคุยกันรู้เรื่องถ้าไม่ไว้วางใจกันก็จบทุกอย่างผมก็ทำเพื่อประเทศชาติ ขอร้องว่าให้ช่วยพูดสิ่งดีๆ ที่รัฐบาลทำอยู่บ้างถ้าเสนอแต่ความขัดแย้ง สิ่งดีๆก็ไม่เกิด แล้วเมือไหร่จะเกิดหลายอย่างมันยาวนานเกินไปแล้วรัฐบาลนี้ก็มาจับให้เป็นรูปเป็นร่างมากขึ้นก็ต้องวางแผนให้เกิดความชัดเจน โดยจะมีการนำเสนอเข้าสู่ที่ประชุม ครม.ในสัปดาห์หน้าก่อนจะเริ่มต้นก่อสร้างในลักษณะของการร่วมลงทุนระหว่างรัฐกับเอกชน (Public-Private Partnership ) หรือ พีพีพี ต่อไป

