เมื่อวันที่ 21 มิถุนายน นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข รองโฆษกพรรคประชาธิปัตย์ ในฐานะประธานมูลนิธิมัลลิกาเพื่อประชาชน และ ประธานชมรม Fight Bad Web กล่าวกรณีพล.ต.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้มีนโยบายสกัดกั้นผู้ใช้เฟซบุ๊กในกลุ่มผู้ที่นำไปใช้ในทางที่ผิด เช่น การปลุกระดม การใช้เพื่อโจมตีสถาบัน จึงคิดระบบป้องกันที่จะจัดทำขึ้นโดยกระทรวงไอซีทีจะเสร็จประมาณปี 2560 โดยให้เหตุผลว่าปัญหาในสังคมในประเทศไทยส่วนใหญ่มาจากสื่อออนไลน์บิดเบือนยุยงปลุกปั่นปัญหาอาชญากรทางเทคโนโลยีและอื่นๆ อีกมากมาย ดังนั้น หากใช้ประโยชน์สื่อออนไลน์ เฟซบุ๊ก ในทางที่ผิดอาจถูกระงับใช้ในอนาคตได้นั้นว่าเรื่องนี้ต้องรีบทำความเข้าใจเนื่องจากมีการสร้างกระแสในทางที่ผิดจากการให้สัมภาษณ์ของนายกรัฐมนตรีและโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เพราะเคยมีประสบการณ์จากการนำเอาคำพูดลักษณะนี้ไปบิดเบือนสร้างกระแสจำกัดสิทธิและเสรีภาพขาดหลักประชาธิปไตยภายในประเทศทำให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมนานาชาติ
นางมัลลิกา กล่าวว่า นายกรัฐมนตรีมีความตั้งใจจริงในการดำเนินการกับผู้กระทำผิดความผิดกฎหมาย แต่ทั้งนี้การจับกุมสกัดกั้นและรับผิดชอบ การกระทำความผิดกฎหมายเป็นหน้าที่ของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงไอซีทีและสำนักงานตำรวจแห่งชาติรวมทั้งกระทรวงด้านความมั่นคงจะต้องบูรณาการร่วมทุกวันนี้ ฝ่ายที่เกี่ยวข้องทั้งหมดยังไม่เคยประชุมร่วมหรือนำข้อตกลงเอ็มโอยูระหว่างกระทรวงพันธกิจห้าหน่วยงานมาคิดร่วมกันเลย ทางมูลนิธิเคยต้องประสานไปถึงสำนักนายกรัฐมนตรีด้วยตัวเอง เพื่อส่งลิงค์ที่ผิดกฎหมายให้ไปดำเนินการจับกุม แต่ปรากฏว่ากระทรวงไอซีทีก็หย่อนประสิทธิภาพขาดความใส่ใจจากรัฐมนตรีว่าการที่กำกับ สามารถตรวจสอบวาระการประชุมของกระทรวงได้เลยว่ามีเรื่องที่เกี่ยวข้องกับความร่วมมือหน่วยงานต่างๆ ในการสกัดกั้นจับกุมผู้กระทำความผิดกฎหมายหมิ่นสถาบันและกฎหมายเพราะระบอบคอมพิวเตอร์หรือไม่ ทางมูลนิธิส่งลิงค์ที่ผิดกฎหมายไปให้ 596 ลิงค์บนโซเชียลเน็ตเวิร์กทุกวันนี้ก็ยังอยู่เช่นเดิม การจับกุมนำคนผิดเข้าสู่กระบวนการของกฎหมายมีน้อยมากนับคดีได้
ดังนั้นเมื่อเป็นเป็นความหย่อนประสิทธิภาพและความเข้าใจในเนื้อกฎหมายของรัฐมนตรี หรือการจัดลำดับความสำคัญของงานนี้อยู่จุดใดของพันธกิจนายกรัฐมนตรีต้องตรวจสอบดู แต่การคิดระบบมาหว่านแหเช่นนี้จะเป็นผลลบต่อการเดินหน้าของรัฐบาลเพราะจะถูกนำไปผสมโรงวิพากษ์วิจารณ์รวมการเคลื่อนไหวของผู้ไม่หวังดี
“ขณะนี้บนเว็บยูทูบลิงค์ที่เคยส่งให้กระทรวงจับใครได้บ้าง ต้องถาม เห็นมีแต่ข้ออ้างว่ามีการอัพโหลดจากต่างประเทศ แต่ไม่เคยมีภารกิจรัฐมนตรีประสานขอความร่วมมือผู้ให้บริการเว็บทุกรายเลย อย่าลืมว่าผู้ให้บริการเว็บทุกรายทั้งในและต่างประเทศเขาก็เป็นมนุษย์ภายใต้กฎหมายเขาก็คุยรู้เรื่องรับฟังนำไปหาวิธีแก้ไขได้เพราะเขาเป็นผู้ดูแลระบบ เราจะมาคิดระบบเองแล้วหว่านแหให้โดนด่าทำไม ผู้ให้บริการต้องรับผิดชอบสังคม รองนายกฯและรัฐมนตรีไอซีทีนั่งอยู่ทำไมต้องช่วยนายกฯเรื่องนี้” นางมัลลิกา กล่าว

