วันที่ 22 มิถุนายน นายปวิณ ชำนิประศาสน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงใหม่ กล่าวถึงผลการประชุมชี้แจงรายละเอียดและทำความเข้าใจเกี่ยวกับการขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิ์จำหน่ายสินค้าไนท์บาซาร์ และจับสลากกำหนดพื้นที่ผู้จำหน่ายสินค้าบริเวณไนท์บาซาร์กว่า 500 คน วานนี้ที่สโมสรกาวิละ ค่ายกาวิละ มณฑลทหารบกที่ 33 จ.เชียงใหม่ ว่า แบ่งเป็น 2 ข้อ คือ ส่วนหนึ่งคือการดำเนินการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าบริเวณไนท์บาร์ซา หลังจากที่จ.เชียงใหม่ เคยทำหนังสือผ่อนปรนอนุญาตให้ผู้ประกอบการสามารถค้าขายบริเวณย่านถนนไนท์บาร์ซามาระยะหนึ่งและการผ่อนผันสิ้นสุดลงแล้ว และจ.เชียงใหม่ พิจารณาประกาศพื้นที่ผ่อนผันใหม่ ตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทย ว่าด้วยการจัดระเบียบการจำหน่ายสินค้าในที่สาธารณะ พ.ศ. 2546 เพื่อเป็นการจัดระเบียบการตั้งแผงค้าบริเวณย่านถนนไนท์บาร์ซาให้มีความเป็นระเบียบเรียบร้อยและสวยงาม เพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยวและสนับสนุนการประกอบอาชีพให้กับผู้ค้ารายย่อย
“ครั้งนี้มีการกำหนดขนาดแผงลอยใหม่ ให้มีความกว้างไม่เกิน 1.40 เมตร ลึกไม่เกิน 1 เมตร จากเดิม 90 เมตร และต้องเว้นทางเท้าเปิดช่องทางเดินให้ประชาชนสัญจรไปมาได้สะดวก ห้ามวางของล้ำลงมาบริเวณถนน นอกเหนือจากต้องมีบัตรประจำตัวประชาชน เป็นผู้ค้าบัญชีเดิม มีหลักฐานการชำระภาษีในปีที่ผ่านมา และจำกัดสิทธิ์ผู้ค้า 1 รายชื่อต่อ 1 แผง ซึ่งใน 137 คน มีมากกว่า 300 แผง ทำให้ต้องเสียสิทธิ์ โดยผู้ค้าขอยื่นขึ้นทะเบียนผู้มีสิทธิจำหน่ายในวันที่ 24-26 มิถุนายน 2559 และจับสลากในวันที่ 28 มิถุนายน 2559” นายปวิณ กล่าว
ส่วนความคืบหน้าการเรียกร้องกลับมาค้าขายบนลานประตูท่าแพใหม่อีกครั้งนั้น นายปวิณเปิดเผยว่า อยู่ระหว่างรอการพิจารณาจากกรมศิลปากรอย่างรอบคอบ เพราะครั้งนี้ไม่ใช่แค่การอนุญาตให้เข้าค้าขาย แต่เป็นการมอบอำนาจให้ดูแลด้วย จึงต้องรอไปก่อนอย่างไม่มีกำหนด
ทั้งนี้ มีรายงานว่า จำนวนร้านค้าในย่านไนท์บาซาร์จากเดิมมีมากกว่า 800 แผง ก็จะลดลงเหลือ 600 แผงเท่านั้น สร้างความไม่พอใจต่อการจัดระเบียบครั้งนี้ จึงเตรียมยื่นข้อเสนอต่อเทศบาลนครเชียงใหม่ให้มีการทบทวนหลักเกณฑ์ดังกล่าว

