นายยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) เปิดเผยว่า ททท.อยู่ระหว่างการจัดทำแผนการท่องเที่ยวยุค 4.0 ซึ่งเป็นการพัฒนาอุตสาหกรรมท่องเที่ยวบนฐานนวัตกรรม ที่ต้องทำการตลาดสมัยใหม่ เช่น ผ่านทางแอพพลิเคชั่นของโทรศัพท์มือถือ มาช่วยการบริหารจัดการนักท่องเที่ยวต่างชาติที่อาจจะเข้ามาท่องเที่ยวในไทยสูงถึง 40 ล้านคนในอนาคต ถือว่าเป็นจำนวนที่มากกว่าครึ่งหนึ่งเมื่อเทียบกับจำนวนประชากรไทยทั้งประเทศที่มีประมาณ 65 ล้านคน นอกจากนี้ ต้องมีการบริหารจัดการในเรื่องของโครงสร้างพื้นฐานที่จะรองรับ เช่น สนามบิน การดูแลรักษาความปลอดภัย การสร้างความสมดุลกับสิ่งแวดล้อม ซึ่งเป็นสิ่งที่ต้องนำมาพิจารณาทั้งหมดว่าจะบริหารจัดการได้อย่างไร
“การวางแผนการท่องเที่ยวในยุค 4.0 ต้องเริ่มให้เกิดการเปลี่ยนแปลงตั้งแต่แผนปฏิบัติการท่องเที่ยวในปี 2560 ที่จะเริ่มตั้งแต่เดือนตุลาคมนี้เป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม การประชุมแผนปฏิบัติการของ ททท.สำหรับปีงบประมาณ 2560 ช่วงต้นเดือนกรกฎาคมนี้ จะมีการทบทวนตัวชี้วัดการท่องเที่ยวในวันธรรมดาใหม่ให้ชัดเจน ไม่ใช่ดูเพียงยอดขายแพคเกจท่องเที่ยวได้ในจำนวนเท่าไหร่ แต่ต้องพิจารณาไปถึงอัตราการเข้าพักในวันธรรมดาของเมืองรองในช่วง 3-5 ปีที่ผ่านมาว่าเพิ่มขึ้นหรือไม่อย่างไร เพราะหาก ททท.สามารถสร้างการรับรู้ถึงแหล่งท่องเที่ยวของเมืองรองไปแล้ว แต่กลับพบว่าในข้อเท็จจริงไม่มีคนเดินทางไปเที่ยว ก็จะไม่เกิดประโยชน์แต่อย่างใด ส่วนนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติ จะไม่วัดเพียงแค่จำนวนที่เข้ามาแล้วออกไปอยู่ที่เท่าใด แต่จะต้องพิจารณาลึกไปถึงการทำกิจกรรมระหว่างท่องเที่ยวเมืองไทยด้วย” นายยุทธศักดิ์ กล่าว
นายยุทธศักดิ์กล่าวว่า ททท.ได้ร่วมมือกับ บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด ผู้จำหน่ายผลิตภัณฑ์มาม่า จัดแคมเปญ มาม่าลุ้นเที่ยวไทยกับ ททท. โดยจะทำการสร้างการรับรู้แหล่งท่องเที่ยวผ่านผลิตภัณฑ์มาม่าคัพ ด้วยการสกรีนแนะนำแหล่งท่องเที่ยว 12 เมืองต้องห้ามพลาดพลัสลงบนผลิตภัณฑ์มาม่า 12 รูปแบบ จัดทำทั้งหมด 13 รสชาติ จำนวน 42 ล้านถ้วย ส่งขาย 77 จังหวัด คาดสร้างการรับรู้สู่สายตานักท่องเที่ยวได้กว่า 40 ล้านคน/ครั้ง นอกจากนี้ ประชาชนยังสามารถส่งชิ้นส่วนมาม่าคัพ ชิงรางวัลแพคเกจที่พัก ระดับ 4 ดาว 2 คืน ใน12 เมืองต้องห้ามพลาด พลัส โดยเริ่มแคมเปญชิงรางวัลจัดขึ้นระหว่างวันที่ 1 กรกฎาคม-22 กันยายนนี้

