ขณะนี้ สภานิติบัญญัติแห่งชาติกำลังพิจารณาร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. อยู่ มีปัญหาที่สำคัญว่า เนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติฉบับนี้จะสอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและสิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหรือไม่
ความเป็นมา
กลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมอุดรธานี ตัวแทนประชาชน จังหวัดพิจิตร พิษณุโลก สระบุรี เพชรบูรณ์ และกลุ่มประชาสังคมปฏิรูปทรัพยากรและทองคำ ได้ร้องเรียนต่อคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ (กสม.) เพื่อขอให้ตรวจสอบร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. เนื่องจากเนื้อหาสาระของร่างพระราชบัญญัติแร่ฯ ที่คณะรัฐมนตรีเสนอต่อสภานิติบัญญัติแห่งชาติไม่สอดคล้องกับหลักการสิทธิมนุษยชน สิทธิชุมชนและสิทธิในการมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยขอให้คณะรัฐมนตรีพิจารณาถอนร่างพระราชบัญญัติแร่ฯ ออกจากการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติไปก่อน เพื่อจัดให้มีการรับฟังความคิดเห็นจากประชาชนและภาคส่วนต่างๆ ประกอบกับ กสม.ได้รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับผลกระทบจากการประกอบกิจการเหมืองแร่และการให้สัมปทานเหมืองแร่ ในช่วงระยะเวลา 10 ปีที่ผ่านมา จำนวนมากกว่า 48 เรื่อง
การดำเนินการของ กสม.
กสม.ได้ดำเนินการตรวจสอบ ศึกษา สำรวจข้อมูลเกี่ยวกับเรื่องร้องเรียน และจัดการประชุมเพื่อรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง นักวิชาการ องค์กรเอกชน และประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ตลอดจนพยานผู้เชี่ยวชาญ พบว่าร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. มีบทบัญญัติบางมาตราที่มีสาระสำคัญกระทบต่อสิทธิของชุมชนที่จะมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมตามมาตรา 66 และมาตรา 67 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 ที่ยังคงได้รับการคุ้มครองตามมาตรา 4 ของรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย (ฉบับชั่วคราว) พุทธศักราช 2557 เนื่องจากร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. ได้ให้อำนาจฝ่ายบริหารในการกำหนดนโยบายแร่และแผนแม่บทการบริหารจัดการแร่ ไม่ได้เปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการแร่ การกำหนดหลักเกณฑ์และเงื่อนไขในการพิจารณาอนุญาตให้ผู้ประกอบการเข้าทำประโยชน์ในการใช้ทรัพยากรเหมืองแร่ยังขาดความชัดเจน โดยขึ้นอยู่กับการพิจารณาอนุญาตของรัฐมนตรีและอธิบดีที่เกี่ยวข้อง แม้ร่างบทบัญญัติหลายมาตราได้กำหนดห้ามมิให้ทำประโยชน์ในพื้นที่สงวนหวงห้าม ทั้งที่เป็นพื้นที่ป่าอนุรักษ์และพื้นที่ต้นน้ำแหล่งน้ำ แต่ก็ได้กำหนดข้อยกเว้นไว้อย่างกว้าง จึงไม่เป็นหลักประกันการคุ้มครองสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพของประชาชน นอกจากนี้ ร่างพระราชบัญญัติดังกล่าวยังได้กำหนดให้มีระบบการพิจารณาอนุญาตที่ค่อนข้างเอื้อประโยชน์แก่เอกชนที่เป็นผู้ประกอบการซึ่งผิดหลักการ เพราะเป็นการขัดกันแห่งผลประโยชน์ (Conflict of Interest) อันอาจส่งผลกระทบต่อสิทธิชุมชนและสิทธิในการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม รวมถึงอาจส่งผลกระทบในด้านสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติ และสุขภาพของประชาชน
บทสรุป
กสม.ได้ตระหนักและเห็นความสำคัญของการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิของชุมชน จึงเห็นสมควรมีข้อเสนอต่อคณะรัฐมนตรีและสภานิติบัญญัติแห่งชาติ ดังต่อไปนี้
1.ควรปรับปรุงแก้ไขร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. และข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ พระราชบัญญัติส่งเสริมและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ พ.ศ.2535
2.เร่งรัดการตราพระราชบัญญัติการมีส่วนร่วมของประชาชนในกระบวนการนโยบายสาธารณะ พ.ศ. …. และกฎหมายว่าด้วยการรายงานการปล่อยและการเคลื่อนย้ายสารมลพิษสู่สิ่งแวดล้อม (Pollutant Release and Transfer Registers : PRTR)
ทั้งนี้ คณะรัฐมนตรีอาจพิจารณาถอนร่างพระราชบัญญัติแร่ พ.ศ. …. ดังกล่าวที่อยู่ในระหว่างการพิจารณาของสภานิติบัญญัติแห่งชาติออกมาก่อนก็ได้ เพื่อรับฟังความคิดเห็นจากทุกภาคส่วน หรือหากสภานิติบัญญัติแห่งชาติจะพิจารณาต่อไป ก็ขอให้นำความเห็นและข้อเสนอแนะของคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ ตามรายงานผลการพิจารณาเพื่อเสนอแนะนโยบายหรือข้อเสนอในการปรับปรุงกฎหมาย ไปประกอบการพิจารณาต่อไปด้วย

