วันที่ 23 มิถุนายน นายสิทธิชัย เจริญธนะจินดา นายกเทศมนตรีตำบลท่าเสา อ.เมือง จ.อุตรดิตถ์ กล่าวว่า ช่วงค่ำวันที่ 21 มิถุนายนที่ผ่านมา อาสาสมัครกู้ภัยแห่งหนึ่งจำนวน 30 คน ยกพวกไปตีอาสาสมัครกู้ภัยวังโป่งที่มีจำนวนเพียง 6 คนเท่านั้น หลังจากอาสาสมัครกู้ภัยวังโป่ง นำผู้ประสบเหตุมาจากพื้นที่ ต.วังกะพี้ อ.เมืองอุตรดิตถ์ มาส่งที่ห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ แต่ขณะกำลังอาสาสมัครกู้ภัยวัดวังโป่งจะเดินทางกลับมีอาสาสมัครกู้ภัยซึ่งมีจำนวน 30 คน เข้าไปชกต่อยบริเวณหน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์นานนับ 10 นาที ท่ามกลางความตกใจของญาติผู้ป่วยที่อยู่บริเวณนั้น หลังทั้งสองฝ่ายตีกันเสร็จแล้วแยกย้าย โดยฝ่ายอาสาสมัครกู้ภัยวังโป่งซึ่งมีจำนวนที่น้อยกว่า ต่างก็ได้รับบาดเจ็บ ร.ต.อ.ณรงค์ศักดิ์ จิตตรง พนักงานสอบสวน สภ.เมืองอุตรดิตถ์ เรียกอาสาสมัครทั้ง 2 หน่วยมาเปรียบเทียบปรับแล้วปล่อยตัวกลับเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น
นายสิทธิชัย กล่าวว่า เหตุการณ์กู้ภัยยกพวกทะเลาะต่อยตีกันเกิดขึ้นบ่อยครั้งมาก บางครั้งก็เกิดจากเรื่องส่วนตัวของอาสาสมัคร บางครั้งก็เรื่องมาจากแย่งชิงผู้หญิง แต่ที่เป็นสาเหตุหลักที่เกิดการยกพวกตีกันคือ การแย่งกันออกเหตุทั้งที่มีการแบ่งเขตกันชัดเจนอยู่แล้วว่าหน่วยใดรับผิดชอบเขตใด แต่ก็ยังมีเหตุการณ์เกิดขึ้นซ้ำซาก และครั้งล่าสุดที่ยกพวกตีกันที่หน้าห้องฉุกเฉินโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ ถือว่าอุกอาจมากเพราะเกิดในโรงพยาบาลซึ่งเป็นสถานที่ไม่ควรมีเหตุเช่นนี้ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลศูนย์อุตรดิตถ์ จะต้องออกมาสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นว่า เหตุที่เกิดขึ้นเกิดจากการสั่งการที่ผิดพลาดของเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพของโรงพยาบาลหรือไม่ ที่แจ้งเหตุมีกู้ภัยวังโป่งออกเหตุแล้ว แต่กลับมีกู้ภัยอีกหน่วยออกเหตุซ้ำซ้อนกัน จนเป็นเหตุทำให้เกิดเหตุแย่งกันออกเหตุ และทะเลาะกันในที่สุด
“คำว่าอาสาสมัครก็มีความชัดเจนในตัวเองอยู่แล้วว่า ทำงานไม่รับค่าตอบแทน เพราะทำด้วยความเสียสละ เช่นเดียวกันกับอาสาสมัครกู้ภัยที่อาสาเข้ามาทำหน้าที่บริการประชาชนยามเจ็บป่วยหรือเกิดเหตุทั่วไปหลายคนทำงานดีมาก แต่ก็มีบ้างที่แฝงตัวเข้ามาเพื่อหาประโยชน์ เช่น ฉกฉวยทรัพย์สินของผู้ประสบเหตุ บางคนก็นำชื่อหน่วยงานไปหาประโยชน์ส่วนตัว แต่สิ่งเหล่านี้ก็เริ่มไม่มีแล้วเพราะผู้ใหญ่ที่รับผิดชอบกู้ภัยมีการอบรมอยู่บ่อยครั้ง แต่เหตุการณ์ยกพวกตีกันในโรงพยาบาลอุตรดิตถ์ไม่น่าจะเกิดขึ้น ถึงเวลาแล้วที่ทุกฝ่ายจะต้องหันหน้ามาพูดคุยกันถึงทางออกจะต้องไม่ให้เหตุการณ์เช่นนี้เกิดขึ้นอีกต่อไป” นายสิทธิชัย กล่าว

