นายพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา กรรมการผู้จัดการ ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย (เอ็กซิมแบงก์) เปิดเผยว่า ธนาคารเปิดบริการใหม่ ประกันส่งออกทันใจเอสเอ็มอี เพื่อช่วยเหลือกลุ่มธุรกิจในภาวะปัจจุบันที่เศรษฐกิจโลกยังซบเซา แต่โอกาสทางการค้ายังมีอยู่ ดังนั้น เครื่องมือหนึ่งที่จะช่วยให้ผู้ส่งออกไทยแข่งขันได้คือ การทำประกันการส่งออกทุกครั้งที่ส่งออก เพื่อป้องกันความเสี่ยงจากการไม่ได้รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ สถิติในต่างประเทศพบว่ากลุ่มผู้ค้าที่ไม่ชำระเงินมีประมาณ 2-4%
ทั้งนี้ บริการประกันส่งออกทันใจ อนุมัติภายใน 1 วัน และคุ้มครองอัตรา 85% ของความเสียหายที่เกิดขึ้นจากการไม่รับชำระเงินค่าสินค้าจากผู้ซื้อในต่างประเทศ วงเงินสูงสุดถึง 1 ล้านบาท โดยคุ้มครองความเสี่ยงจากผู้ซื้อล้มละลาย ผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า และความเสี่ยงทางการเมืองในประเทศผู้ซื้อ เช่น การควบคุมการโอนเงิน การห้ามนำเข้าสินค้า สงคราม จลาจล ปฏิวัติ รัฐประหาร โดยเอ็กซิมแบงก์จะจ่ายค่าสินไหมทดแทนทันทีกรณีผู้ซื้อล้มละลาย และจ่ายภายใน 120 วันกรณีผู้ซื้อปฏิเสธการชำระเงินและอื่นๆ รวมทั้งติดตามหนี้ให้ บริการนี้เหมาะสำหรับผู้ประกอบการ เอสเอ็มอี ที่มีแผนจะส่งออกหรือกำลังจะส่งออก โดยมีมูลค่าการส่งออกแต่ละครั้งไม่สูงนัก หรือไม่ได้รับคำสั่งซื้อเป็นประจำ หรือ เอสเอ็มอีที่กำลังจะไปเจรจาการค้าที่งานแสดงสินค้าในต่างประเทศ และต้องการความคุ้มครองกรณีผู้ซื้อรายนั้นไม่ชำระเงินค่าสินค้าส่งออก เพื่อเพิ่มความมั่นใจค้าขาย
นายพิศิษฐ์กล่าวว่า เอ็กซิมแบงก์ ตั้งเป้าจะขยายบริการดังกล่าวไปยังผู้ส่งออกให้ได้ 800 ราย ภายใน 2 ปี นอกจากนี้ เอ็กซิมแบงก์ ยังจัดโปรโมชั่นลดค่าเบี้ยประกันสำหรับผู้ซื้อ 2 รายแรกในกรมธรรม์ จากราคาเต็ม 3,000 บาทต่อผู้ซื้อ 1 ราย เหลือ 1,500 บาท จนถึงสิ้นปี 2559 โดยการจ่ายจ่ายค่าสินไหมทดแทนของ เอ็กซิมแบงก์ ตั้งแต่ปี 2538 ถึงเดือนพฤษภาคม 2559 ส่วนใหญ่เกิดจากสาเหตุผู้ซื้อไม่ชำระเงินค่าสินค้า 78% รองลงมาคือ ผู้ซื้อล้มละลาย 20% และผู้ซื้อปฏิเสธการรับมอบสินค้า 2% หากแบ่งตามประเภทอุตสาหกรรม 49% เป็นสินค้าประเภทอัญมณีและเครื่องประดับ รองลงมาได้แก่ น้ำมันเชื้อเพลิง 10% อาหารกระป๋อง 8% เฟอร์นิเจอร์ 6% ส่วนประเทศผู้ซื้อที่เอ็กซิมแบงก์มีการจ่ายค่าสินไหมทดแทนส่วนใหญ่ได้แก่ สหรัฐอเมริกา อังกฤษ และมาเลเซีย สำหรับกรณีของอังกฤษลงประชามติออกจากอียูนั้น มีผลกระทบต่อลูกค้าเอ็กซิมแบงก์น้อยมาก
นายพิศิษฐ์กล่าวต่อว่า เอ็กซิมแบงก์เป็นผู้ให้บริการประกันการส่งออกรายแรกและรายเดียวของไทย นับตั้งแต่เปิดให้บริการนี้ในปี 2538 นับเป็นเวลา 21 พบว่าผู้ส่งออกไทยโดยเฉพาะเอสเอ็มอี ไม่ชอบทำประกันการส่งออกเพราะคิดว่ายุ่งยากและสิ้นเปลืองค่าใช้จ่าย แต่ในความจริงการประกันเป็นต้นทุนเพียงน้อยนิดที่มีประโยชน์อย่างมาก ในปีที่ผ่านมาเอ็กซิมแบงก์ค้ำประกันกลุ่มลูกค้าส่วนใหญ่เป็นกลุ่มผู้ค้ารายใหญ่ประมาณ 200 รายวงเงินค้ำประกันประมาณ 6 หมื่นล้านบาท และในปีนี้ตั้งใจที่ขยายการค้ำประกันไปสู่รายย่อยให้มากขึ้น

