หน้าแรก Uncategorized นิคมอุตฯบางปู...

นิคมอุตฯบางปูเข้าสู่ภาวะปกติแล้ว แต่หมู่บ้านข้างๆยังเจิ่งนอง

23.06.16 | 14:10 น.

วันที่ 23 มิถุนายน เมื่อเวลา 08.00 น. สภาพน้ำที่ท่วมขังจากฝนที่ตกหนักมาทั้ง 2 วัน ทำให้น้ำไหลเข้าท่วมนิคมอุตสาหกรรมบางปู ต.แพรกษา อ.เมืองสมุทรปราการ จนทำให้โรงงานที่ถูกน้ำท่วมมีมากกว่า 40 โรงงาน ปริมาณน้ำสูงถึง 50-60 เซนติเมตร ทางโรงงานที่ถูกน้ำท่วมต้องประกาศให้พนักงานหยุดงาน 1 วัน  และทางนิคมอุตสาหกรรมได้ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสูบน้ำออกจากการนิคมจนกระทั่งวันนี้เวลา 05.00 น.น้ำได้เข้าสู่ภาวะปกติพนักงานได้เข้าทำงานตามปกติและได้ช่วยกันเก็บกวาดขยะที่มากับน้ำและช่วยกันฟื้นฟูโดยรอบโรงงานบางส่วนได้นำเอกสารที่เปียกน้ำออกมาทำการตากแดด

นายประทีป เอ่งช่วน ผู้อำนวยการสำนักงานนิคมอุตสาหกรรมบางปู ได้เปิดเผยว่า ในเขตนิคมส่งออกได้เจอภาวะวิกฤตน้ำท่วมตั้งแต่เมื่อวานซึ่งทางนิคมได้สูบระบายน้ำออกอย่างต่อเนื่อง จนถึงขณะนี้ก็ยังคงเดินเครื่องสูบน้ำตลอดแม้ว่าน้ำจะเข้าสู่ภาวะปกติแล้วก็ตาม และขณะนี้ตนได้สั่งให้เจ้าหน้าที่สำรวจโรงงานที่ได้รับความเสียหายจากภาวะน้ำท่วม และจะได้ประชุมกับสำนักงานที่มีส่วนเกี่ยวข้องเพื่อเตรียมพร้อมรับมือหากมีฝนตกลงมาอีก และมีการแจ้งเตือนไปยังโรงงานให้มีการเตรียมพร้อมหากมีภาวะน้ำท่วมมาอีก และนอกจากนี้จะได้มีการหารือกับเจ้าหน้าที่ชลประทานเพื่อจะได้ทำงานร่วมกันในการบริหารน้ำ

201606231311446-20141128130850

อย่างไรก็ตาม ได้มีชาวบ้านหมู่บ้านซิตี้วิลเลจ เกือบ 100 คน เข้ามอบหนังสือร้องเรียนกับทางผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรปราการ ให้ช่วยเหลือชาวบ้านภายในหมู่บ้านเกือบ 300 หลังคาเรือน ที่ได้รับความเดือดร้อนจากน้ำท่วมซ้ำซากมาตั้งแต่ปี 2554 แต่ไม่มีหน่วยงานของภาครัฐเข้าช่วยเหลือ กระทั่งเกิดฝนตกหนักน้ำท่วมขังภายในนิคมฯบางปู และมีการระบายน้ำออกจากนิคมฯ จนทำให้ทางหมู่บ้านซิตี้วิลเลจ ที่อยู่ติดกับทางนิคมฯทางด้านทิศใต้ เป็นพื้นที่รับน้ำจนมีระดับน้ำสูงกว่าปกติ โดยนายธีรพล ศิรินานุวัฒน์ ปลัดจังหวัดสมุทรปราการ ได้ออกมาเป็นตัวแทนรับมอบ และเจรจากับกลุ่มชาวบ้านดังกล่าว โดยรับปากจะนำความเดือดร้อนเสนอทางผู้ว่าราชการจังหวัดทราบ เพื่อหาแนวทางแก้ไขต่อไป

ขณะที่ นายบุญเลิศ ขอดคำ อายุ 68 ปี ชาวบ้าน เผยว่าสำหรับหมู่บ้านดังกล่าวมีการร้องเรียนกับหน่วยงานราชการหลายครั้ง นับตั้งแต่ปี 2554 แต่ทางภาครัฐไม่สามารถเข้าไปดำเนินการได้ เพราะพื้นที่ดังกล่าวเป็นพื้นที่ของการนิคมแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นพื้นที่เอกชน แต่ทางเจ้าของโครงการไม่มีความชัดเจนทางด้านเอกสารที่มอบให้กับภาครัฐหรือเทศบาล ทำให้เรื่องที่ชาวบ้านร้องเรียนต้องถูกจำกัด จึงได้รวมตัวกันอีกครั้ง เผื่อทางภาครัฐจะเห็นปัญหาและแก้ไขไปพร้อมกับปัญหาของทางนิคมฯ

Advertisement