นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม เปิดเผยภายหลังประชุมร่วมกับนาย Tsutomu Shimura รองอธิบดีกรมการรถไฟ กระทรวงที่ดิน โครงสร้างพื้นฐาน การขนส่ง และการท่องเที่ยว ประเทศญี่ปุ่นว่า ญี่ปุ่นได้รายงานผลความคืบหน้าผลการศึกษาความเป็นไปขั้นกลางของโครงการก่อสร้างรถไฟความเร็วสูง(ไฮสปีดเทรน) เส้นทางกรุงเทพฯ-เชียงใหม่ ระยะทาง 672 กิโลเมตร(กม.) ซึ่งเป็นความร่วมมือระบบรางไทย-ญี่ปุ่นเพิ่มเติม โดยเห็นว่าไทยควรแบ่งการก่อสร้างออกเป็น 2 ระยะ คือ ระยะที่ 1 ช่วงกรุงเทพฯ-พิษณุโลก ระยะทาง 380 กม. และระยะที่ 2 ช่วงพิษณุโลก-เชียงใหม่ ระยะทาง 292 กม.
ทั้งนี้ เห็นว่าควรจะต้องก่อสร้างระยะที่ 1 ก่อน เนื่องจากให้ผลตอบแทนทางเศรษฐกิจที่สูงกว่าการก่อสร้างครั้งเดียวตลอดทั้งเส้นทาง แต่ก็ต้องอยู่บนเงื่อนไขการที่ไทยสามารถนำที่ดินบริเวณสองข้างทางและโดยรอบสถานีมาพัฒนาต่อยอดเชิงพาณิชย์ควบคู่ไปกับเปิดให้บริการเดินรถด้วย โดยคาดว่าญี่ปุ่นจะเสนอผลการศึกษาขั้นกลางอย่างเป็นทางการให้ฝ่ายไทยเร็วๆ นี้ และจะนำเสนอผลการศึกษาให้คณะรัฐมนตรี(ครม.)พิจารณาในเดือนกรกฎาคมนี้
“หาก ครม.เห็นชอบรายงานผลการศึกษาขั้นกลาง ญี่ปุ่นจะเริ่มศึกษาความเหมาะสมขั้นสุดท้ายและทำการออกแบบการก่อสร้างอย่างละเอียดต่อไป ซึ่งจะแล้วเสร็จในช่วงสิ้นปี 2560 จากนั้นก็จะเข้าสู่ขั้นตอนการเปิดประมูลและเริ่มก่อสร้างในปี 2561 คาดว่าจะใช้ระยะเวลาในการก่อสร้างอย่างต่ำ 3 ปี ซึ่งเป็นเวลาที่เร่งให้เร็วขึ้นแล้ว จากเดิมที่ญี่ปุ่นระบุว่าต้องใช้เวลาอย่างต่ำ 5 ปี” นายอาคม กล่าว

