หน้าแรก Uncategorized บงฌูร์ยูโร : ...

บงฌูร์ยูโร : รีแมตช์คู่ชิง!

23.06.16 | 14:48 น.

อดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย และแชมป์เก่า 2 สมัยล่าสุด รวมถึงแชมป์โลกปี 2010 “กระทิงดุ” สเปน เสียท่าพ่ายล็อกถล่มโลก “ตาหมากรุก” โครเอเชีย 1-2 ในศึก “ยูโร 2016” กลุ่มดี นัดสุดท้าย ซึ่งนับเป็นความพ่ายแพ้ของสเปนต่อโครเอเชียในรอบ 22 ปี หลังจากครั้งล่าสุดต้องย้อนไปเมื่อปี 1994 ในเกมอุ่นเครื่องที่สเปนแพ้ไป 0-2

อีกทั้งยังเป็นการหยุดสถิติไม่เสียประตูของสเปนในศึกยูโรรอบสุดท้าย หลังจากที่สเปนเสียประตูครั้งล่าสุดต้องย้อนไปถึงเกมเปิดสนามศึกยูโร 2012 ที่เสมอ “อัซซูรี่” อิตาลี 1-1 โดย อันโตนิโอ ดิ นาตาเล่ ยิงให้อิตาลีในนาทีที่ 61

แต่ศึกยูโร 2016 ครั้งนี้ ทัพกระทิงเสียไปถึง 2 ประตูแล้วภายในนัดเดียว

แม้สเปนจะแพ้โครเอเชีย แต่ยังจบอันดับ 2 ของกลุ่มดี พร้อมกับผ่านเข้าสู่รอบน็อกเอาต์ 16 ทีมสุดท้าย เช่นเดียวกับโครเอเชียที่แซงคว้าแชมป์กลุ่มดีผ่านเข้ารอบไปพร้อมกัน

แต่นับเป็นโชคร้ายครั้งใหญ่หลวงของสเปนที่ผ่านเข้ารอบต่อไปชนกับ อิตาลี อดีตแชมป์ยูโรปี 1968 ซึ่งเป็นแชมป์กลุ่มอี ส่วนโครเอเชียผ่านเข้าชนทีมอันดับ 3 ดีที่สุด 4 ทีมจาก 6 กลุ่ม

Advertisement

คู่นี้นับเป็นการรีแมตช์คู่ชิงศึกยูโร 2012 ซึ่งครั้งนั้น สเปนไถล่มอิตาลี 4-0 เถลิงแชมป์สมัยที่ 3 แต่ครั้งนี้สเปนและอิตาลีต้องโคจรมาพบกันเร็วกว่ากำหนดอย่างมากเลยทีเดียว

คงต้องโทษความผิดพลาดของสเปนในเกมพ่ายโครเอเชีย โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เซร์คิโอ้ รามอส ปราการหลังกัปตันทีมที่สะเหล่อยิงจุดโทษติดเซฟ ทำให้โมเมนตั้มพลิกผันเข้าทางทัพโครแอตฮึดสู้จนคว้าชัยในที่สุด รวมถึงการแก้เกมของ บีเซนเต้ เดล บอสเก้ กุนซือเฒ่าที่ไม่สามารถปรับหมาก และส่งตัวสำรองไปพลิกสถานการณ์ได้เลย

เดล บอสเก้ ผิดพลาดตั้งแต่การหั่นชื่อของ เฟร์นานโด ตอร์เรส, ซาอูล ญิเกซ, มาต้า, ดิเอโก้ คอสต้า ซึ่งด้วยความเก๋าของนักเตะเหล่านี้น่าจะลงมาช่วยเปลี่ยนเกมสเปนให้ได้ดีขึ้นกว่านี้

แต่ในเมื่อมาถึงจุดนี้แล้วก็คงต้องพร้อมเผชิญหน้ากับทัพอัซซูรี่ ซึ่งขึ้นชื่อว่าเป็นทีมที่มีเกมรับอันเหนียวแน่นด้วยสไตล์ “คาเตนัคโช่” และจะเป็นการพิสูจน์การต่อบอลเท้าสู่เท้าสไตล์ “ติกี้ ตาก้า” ของสเปนว่าจะดีพอฉีกเกมรับอิตาลีได้หรือไม่

แต่ไม่ใช่ว่าการรีแมตช์ครั้งนี้จะเป็นสเมือนนัดชิงชนะเลิศกลายๆ เพราะหากสเปนผ่านอิตาลีไปได้แล้วก็ยังต้องเจอกับชาติมหาอำนาจลูกหนังยุโรปทั้ง “อินทรีเหล็ก” เยอรมนี อดีตแชมป์ยูโร 3 สมัย และแชมป์โลกล่าสุด รวมถึงเจ้าภาพ “ตราไก่” ฝรั่งเศส ดีกรีแชมป์ยูโร 2 สมัยที่หวังคว้าแชมป์ในถิ่นด้วย

คราวนี้สเปนคงต้องเจองานหนักกว่าที่คิดเอาไว้ แต่คงโทษใครไม่ได้นอกจากความประมาทของพวกเขาเอง…