หน้าแรก Uncategorized ซาบซึ้ง! สองต...

ซาบซึ้ง! สองตายายถูกนายทุนเงินกู้โกงที่ดินปล่อยโฮ หลังผู้ว่าฯมอบเงินกองทุนฯช่วยค่าฟ้องทางแพ่ง

23.06.16 | 15:09 น.

วันที่ 23 มิถุนายน ความคืบหน้ากรณีนายสุเมธและนางโสภี สงคราม สองตายายชาวบ้านต.ดงขุย อ.ชนแดน จ.เพชรบูรณ์ ถูกนายทุนเงินกู้โกงที่ดินเนื้อที่ 20 ไร่ หลังนำไปจำนองแต่ภายหลังที่ดินตกเป็นของนายทุนโดยไม่รู้ตัว จนนายสุเมธซึ่งพิการตาบอดส่วนนางโสภีอ่านหนังสือไม่ได้ไปยื่นร้องขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม กระทั่งคณะที่ปรึกษารมว.กระทรวงยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบพร้อมหาแนวทางช่วยเหลือด้านคดีความ ล่าสุดเวลา 09.00 น. ระหว่างทำพิธีเปิดโครงการประชุมเชิงปฏิบัติการศูนย์ยุติธรรมชุมชนในเขตพื้นที่จ.เพชรบูรณ์ นายบัณฑิตย์ เทวีทิวารักษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดเพชรบูรณ์ ได้มอบเงินกองทุนยุติธรรมจำนวน 145,000 บาท ให้แก่นายสุเมธและนางโสภี เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการว่าจ้างทนาย ค่าธรรมเนียมศาลและค่าการตรวจพิสูจน์ ในการดำเนินการฟ้องร้องคดีทางแพ่งต่อนายทุนเงินกู้ดังกล่าว

อย่างไรก็ตาม นายสุเมธและนางโสภีถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปลาบปลื้มใจ หลังจากนายบัณฑิตย์พร้อมนายไพโรจน์ พุทธิวิศิษฎ์ ยุติธรรมจังหวัดเพชรบูรณ์ ทำพิธีมอบเงินช่วยเหลือเป็นค่าใช้จ่ายในการทวงถามความยุติธรรมดังกล่าว ท่ามกลางผู้ร่วมประชุมจำนวนกว่า 500 คน ซึ่งต่างพากันปรบมือให้กำลังใจแก่สองตายาย โดยเฉพาะนายสุเมธถึงกับปล่อยโฮทันทีเมื่อนายบัณฑิตย์ได้กล่าวคำปลอบโยนพร้อมให้กำลังใจ

นายบัณฑิตย์ กล่าวว่า นายสุเมธและภรรยาเป็นผู้ได้รับความเดือดร้อน จากการถูกเอาเปรียบหรือใช้ช่องว่างหรือการได้ซึ่งทรัพย์โดยไม่ชอบ จึงได้ร้องขอความช่วยเหลือผ่านทางหน่วยงานซึ่งหลายครั้งที่หน่วยงานในพื้นที่ก็ไม่ให้ความช่วยเหลืออย่างที่ควรจะเป็น จึงต้องหันไปพึ่งหน่วยงานยุติธรรมในส่วนกลางทำให้ขบวนการการช่วยเหลือจึงได้ถูกส่งกลับลงมาให้ทางสำนักงานยุติธรรมจังหวัดร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องช่วยเหลือกับคนทั้งสอง

พร้อมทั้งกล่าวว่า วันนี้กองทุนยุติธรรมประจำจังหวัดเป็นช่องทางช่วยเหลือนายสุเมธและภรรยา เป็นค่าดำเนินงานตามขบวนการทางศาล เพื่อขอให้พิจารณาให้ความเป็นธรรมกับนายสุเมธ เพราะลำพังค่าใช้จ่ายของบุคคลทั้งสองก็ไม่พอเพียงและความเป็นอยู่ยากเย็นแสนเข็ญอยู่แล้ว จึงไม่มีเงินเพียงพอจะไปต่อสู้ด้านคดีความ นายสุเมธแม้จะเป็นอดีตข้าราชการครูก็อาศัยเงินบำนาญไม่มากนักใช้จ่ายกินอยู่ นอกจากนี้ยังต้องแบกรับภาระเรื่องลูกชายที่ยังเรียนในระดับมหาวิทยาลัยและเป็นความหวังของครอบครัวอีก ช่องทางนี้จึงมีความสำคัญ

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้นายสุเมธและนางโสภีสองสามีภรรยาได้ไปกู้ยืมเงินนายทุน โดยนำที่นาเนื้อที่ 20 ไร่ไปจดจำนองไว้ ซึ่งนายสุเมธพิการตาบอดส่วนนางโสภีอ่านหนังสือไม่ได้ ต่อมาได้ทราบในภายหลังว่าที่ดินตกเป็นของญาตินายทุนแล้ว จึงไปตรวจสอบเอกสารที่สำนักงานที่ดินสาขาชนแดน จนพบว่าพิรุธโดยหนังสือมอบอำนาจที่มอบให้ไถ่ถอนและขายที่ดินนั้น นายสุเมธไม่ได้ลงลายชื่อ ทั้งสองจึงเดินทางไปยื่นขอความช่วยเหลือจากกระทรวงยุติธรรม กระทั่งคณะที่ปรึกษารมว.ยุติธรรม ลงพื้นที่ตรวจสอบ จากนั้นได้นำสองตายายเข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวนสภ.ดงขุย เพื่อให้ดำเนินคดีกับนายทุนเงินกู้ในข้อหาปลอมแปลงใบมอบอำนาจนายสุเมธ

Advertisement