นายประสพชัย พูลเกิด พาณิชย์จังหวัดชุมพร เปิดเผยว่า ในระยะ 2 ปีที่ผ่านมาถึงปีนี้เป็นปีทองสำหรับเกษตรกรผู้ปลูกทุเรียน เพราะผลผลิตมีน้อยกว่าความต้องการบริโภค จนมีเกษตรกรบางรายในภาคใต้โค่นยางพารามาปลูกทุเรียน คาดผลผลิตทุเรียนปีนี้ในภาคใต้ประมาณ 226,841 ตัน ความต้องการของตลาด 395,543 ตัน ออกสู่ตลาดมากช่วงเดือนกรกฎาคม-สิงหาคม มีตลาดรองรับ คือ จีน 65% กรุงเทพ 24% ที่เหลือกระจายในประเทศ ขณะนี้ทุเรียนออกสู่ตลาดประปราย ราคาอยู่ที่กิโลกรัม(กก.) ละ 100 กว่าบาท ส่วนหมอนทองเกรด AB เฉลี่ยกก.ละ 77-80 บาท ซึ่งถือว่าระดับราคาดี มากกว่าปีที่ผ่านมาอยู่ที่ กก.ละ 43 บาท
นายประสพชัย กล่าวว่า ด้วยราคาทุเรียนที่อยู่ในระดับดี จึงเกิดปัญหาประปรายในพื้นที่ภาคใต้ ที่ตัดทุเรียนอ่อนมาขาย ทุเรียนเกรดนี้ส่วนใหญ่จะไม่ผ่านเกณฑ์ส่งออก ก็จะนำมาวางขายร้านข้างทาง ซึ่งกระทบภาพลักษณ์ทุเรียนไทยให้เสียหาย ดังนั้นผู้ว่าราชการจังหวัด นายอำเภอ ทหาร และตำรวจในพื้นที่ได้ร่วมมือกันเฝ้าระวัง แต่ละจังหวัดในภาคใต้มีชุดเจ้าหน้าที่เฝ้าระวังและตรวจสอบอยู่ ที่ผ่านมามีการจับดำเนินคดีกับสวนที่ตัดทุเรียนอ่อนมาขายแล้ว แต่บางครั้งดำเนินคดีไม่ได้ เพราะไม่มีเจ้าทุกข์ จึงอยากให้ประชาชนที่ซื้อทุเรียนอ่อน ถ่ายรูปร้านค้าที่ซื้อไว้ด้วย และแสดงตัวเมื่อได้รับความเสียหาย ถ้ามีปัญหาจะได้ดำเนินการได้ตามกฎหมาย ขณะเดียวกันพาณิชย์จังหวัดได้รณรงค์ให้ร้านขายผลไม้ติดป้ายชื่อร้านพร้อมเบอร์โทรศัพท์ติดต่อ
นายประสพชัย กล่าวว่า กรณีร้านค้าหลอกลวงขายสินค้าและมีผู้ได้รับความเสียหาย จะมีโทษตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 271 ที่ระบุผู้ใดขายของโดยหลอกลวงด้วยประการใดๆ ให้ผู้ซื้อหลงเชื่อในแหล่งกำเนิด สภาพ คุณภาพหรือปริมาณแห่งของนั้นอันเป็นเท็จ ถ้าการกระทำนั้นไม่เป็นความผิดฐานฉ้อโกง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี หรือปรับไม่เกิน 6,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และมีความผิดตามพระราชบัญญัติคุ้มครองผู้บริโภค พ.ศ.2522 มาตรา 47 กรณีหลอกขายสินค้า จะมีโทษจำคุกไม่เกิน 6 เดือน หรือปรับไม่เกิน 50,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

