เมื่อวันที่ 23 มิถุนายน นพ.สรนิต ศิลธรรม รองเลขาธิการคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆ นี้เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ได้เผยแพร่ พ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา (ฉบับที่ 3) พ.ศ.2559 ซึ่งเป็นการแก้ไขเพิ่มเติมกฎหมายว่าด้วยระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา เหตุผลในการประกาศใช้กฎหมายฉบับนี้ เนื่องจากพ.ร.บ.ระเบียบข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา พ.ศ.2547 มีบทบัญญัติบางประการที่ไม่เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน โดยประเด็นหลักที่มีการแก้ไขเพิ่มเติม คือ กำหนดมาตรฐานการบริหารงานบุคคล วินัยและการรักษาวินัย การดำเนินการทางวินัย การออกจากราชการและการพิจารณาตำแหน่งทางวิชาการ เพื่อให้สถาบันอุดมศึกษาใช้เป็นแนวทางในการดำเนินการเรื่องดังกล่าว คณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)มีอำนาจตั้งอนุกรรมการเพื่อปฏิบัติงานตามที่มอบหมาย รวมถึงให้มีคณะกรรมการพิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์และร้องทุกข์(ก.อ.ร.) มีวาระการดำรงตำแหน่งคราวละ 3 ปี มีอำนาจหน้าที่ พิจารณาวินิจฉัยอุทธรณ์ และพิจารณาและวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ รวมถึงออกข้อบังคับเกี่ยวกับการอุทธรณ์และร้องทุกข์
รองเลขาธิการ กกอ. กล่าวต่อว่า ก.อ.ร.จะเข้ามาดูแลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา กรณีที่เห็นว่าไม่ได้รับความเป็นธรรมหรือมีความคับข้องใจเนื่องจากการกระทำหรือคำสั่งของผู้บังคับบัญชา ยกเว้นกรณีการสั่งลงโทษ หรือการตั้งคณะกรรมการสอบสวนทางวินัย ให้ผู้นั้นมีสิทธิร้องทุกข์ต่อสภาสถาบันอุดมศึกษาภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการแจ้งถึงการกระทำหรือได้รับคำสั่ง และให้สภาสถาบันฯ พิจารณาวินิจฉัยเรื่องร้องทุกข์ให้แล้วเสร็จภายในระยะเวลาที่กำหนด ซึ่งต้องไม่เกิน 90 วัน โดยจะต้องมีการกำหนดหลักประกันความเป็นธรรมเพื่อคุ้มครองผู้ร้องทุกข์ มิให้ถูกกลั่นแกล้ง หรือได้รับการปฏิบัติที่ไม่เป็นธรรมอันเนื่องมาจากการร้องทุกข์ ทั้งนี้กรณีที่ผู้ร้องทุกข์ไม่พอใจผลการวินิจฉัยของสภาสถาบันฯ หรือกรณีที่สภาสถาบันฯ มิได้พิจารณาวินิจฉัยให้แล้วเสร็จตามกำหนด ให้มีสิทธิเสนอเรื่องร้องทุกข์ต่อก.อ.ร.ภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับการแจ้งผลการพิจารณาวินิจฉัย หรือวันที่พ้นกำหนดระยะเวลาการวินิจฉัย และกรณีที่ผู้ร้องไม่พอใจการวินิจฉัยของก.อ.ร.ให้มีสิทธิฟ้องศาลปกครองได้ ตามหลักเกณฑ์ที่กฎหมายกำหนด นอกจากนั้นยังมีการแก้ไขถ้อยคำให้สอดคล้องกับระบบการเลื่อนเงินเดือนของข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา โดยแก้ไขจากคำว่า “เลื่อนขั้นเงินเดือน” เป็น “เลื่อนเงินเดือน” และแก้ไขคำว่า “ลดขั้นเงินเดือน” เป็น “ลดเงินเดือน” อย่างไรก็ตามการปรับแก้กฎหมายดังกล่าวจะส่งผลให้ ก.พ.อ.ที่มีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เป็นประธาน สามารถเข้าไปดูแลข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา ได้ใกล้ชิดและดียิ่งขึ้น

