หน้าแรก Uncategorized นปช.เรียกร้อง...

นปช.เรียกร้องให้กสม.มีคำสั่งแถลงต่อสังคมปัญหาสิทธิเสรีภาพ ชี้เข้าขั้นวิกฤต

23.06.16 | 17:07 น.

“ตู่-เต้น-ธิดา” นำทัพแกนนำนปช.ยื่นหนังสือเรียกร้องให้กสม.มีคำสั่งแถลงต่อสังคมเกี่ยวกับปัญหาการจำกัดสิทธิเสรีภาพ

มื่อวันที่ 23 มิถุนายน ที่สำนักงานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชน (กสม.) แกนนำกลุ่มนปช.นำโดยนายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานนปช. นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการนปช. นางธิดา ถาวรเศรษฐ และนพ.เหวง โตจิราการ ได้เข้ายื่นหนังสือเรื่องขอให้กสม.มีคำสั่งแถลงต่อสังคมเกี่ยวกับปัญหาการจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน และจับกุมดำเนินคดีไปสู้ศาลทหาร โดยนายจตุพร กล่าวว่า ที่มาวันนี้เป็นเรื่องเกี่ยวกับการทำประชามติโดยพวกตนได้แสดงเจตนารมณ์ที่จะตั้งศูนย์ปราบโกงประชามติตั้งแต่วันที่กกต.เชิญไปประชุมร่วมกันสอนทหารบกวิภาวดี โดยตนประกาศว่าจะจัดตั้งศูนย์ฯ ต่อหน้า กรธ. กกต. รัฐบาล สนช. สปท. เพื่อเชิญชวนประชาชนไปใช้สิทธิ์ และจับกุมประชามติแล้วส่งเรื่องให้กกต.ดำเนินการ โดยก่อนวันที่ 5 มิถุนายน ก็ไม่มีใครขัดข้องไม่ว่าจะเป็นนายกฯ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ และ กกต. ดังนั้น การเปิดศูนย์ฯ ในวันที่ 5 มิถุนายน จึงไม่เป็นปัญหา พล.อ.ประยุทธ์บอกว่าเปิดได้ พล.อ.ประวิตรไม่ได้แสดงความเห็นอะไร ต่อมาก่อนการเปิดศูนย์ฯ วันที่ 19 มิถุนายน 2 วัน พล.อ.ประวิตรบอกว่าไม่เห็นด้วย พอพล.อ.ประยุทธ์ กลับมาจากอินเดีย ก็พูดสวนทางกับที่ผ่านมาว่าเปิดไม่ได้ ทั้งนี้เรื่องการยึดป้ายหรือสถานที่ เราไม่มีปัญหา แต่ขอเพียงอย่าไปปะทะ แต่ปรากฎว่าในจังหวัดต่างๆ มีตำรวจและทหารเอาภาพของประชาชนที่เปิดศูนย์ฯจัดแยกเป็นคนๆ แล้วเอาไปเข้าค่าย บางที่ก็จบลงด้วยดี แต่บางที่ก็มีการตั้งข้อกล่าวหา ซึ่งตนก็ได้ไปร้องเรียนกับพล.อ.ประวิตร

นายจตุพร กล่าวว่า ต่อมามีหมายเรียก 19 คนให้ไปรายงานตัว ซึ่งก็ไม่ได้บอกกรณีอะไร สถานการณ์ไหน บอกแค่ชุมนุมเกิน 5 คน ซึ่งในวันที่ 19 มิถุนายน พวกตนไม่ได้ทำอะไร เพราะตำรวจเข้าไปคุม เขาเลยย้อนไปวันที่ 5 มิถุนายนเลย ซึ่งขอเรียนว่า นายกฯ และพล.อ.ประวิตร ออกมาพูดหลังวันที่ 5 มิถุนายนแล้วทั้งสิ้น นอกจากนี้ ที่มาในวันนี้ก็เพราะอยากเรียกร้องว่า รัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายสูงสุดของประเทศ ตั้งแต่มีการยึดอำนาจก็มีการใช้วิธีการควบคุมตัวไปเข้าค่ายแล้วซ้อมแล้วส่งให้เจ้าหน้าที่ตำรวจไปดำเนินการ ซึ่งผิดหลักและปัจจุบันคล้ายว่าจะตั้งข้อกล่าวหากันให้ได้ ซึ่งเป็นการสร้างความหวาดกลัวต่างจากการทำประชามติของอังกฤษกรณีออกจากสหภาพยุโรป(อียู) ทั้งมีการบอกว่า คนถ่ายรูปหรือคลิป ครู ก. ข. และ ค. เป็นคนเลวเป็นอันธพาล ยิ่งเป็นการสร้างความหวาดกลัวและจะทำให้เกิดปัญหา

ด้านนายณัฐวุฒิ กล่าวว่า ก่อนที่เราจะเดินทางมายื่นหนังสือถึง กสม.เราได้หารือกันพอสมควร และขอเรียนว่าเรามีความหวังกับบทบาทของ กสม.ชุดนี้มากกว่าชุดที่แล้ว เราไม่ได้อคติ แต่พูดจากข้อเท็จจากที่พวกตนสัมผัส วันนี้เรียกว่ามาร้องทุกข์ต่อประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งตนมองว่า เรื่องสิทธิในการทำประชามติถึงขั้นวิกฤตแล้ว การทำประชามติในประเทศไทย กำลังส่งผลให้ประชาชนที่มีความเห็นต่างจากผู้มีอำนาจถูกควบคุม ลิดรอนสิทธิเสรีภาพมากขึ้นทุกด้าน และมีการยัดเยียดข้อกล่าวหาให้ตกเป็นผู้ต้องหาและจำเลย เพียงเพราะออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพในการแสดงความเห็นเท่านั้น ทั้งนี้ตนยืนยันว่า พวกตนเป็นคนเคารพกฎหมาย และยืนยันว่าไม่มีเจตนาสร้างความรุนแรงหรือความวุ่นวายใดๆ ระหว่างรัฐบาลและประชาชน หากวันที่ 19 มิถุนายน เจ้าหน้าที่ตำรวจไปเจรจาแล้วพวกตนอยากมีเรื่องแค่ผลักกันนิดดึงกันหน่อยเพื่อให้มีเรื่องพวกตนก็ทำได้ แต่พวกตนไม่ทำ จึงทำให้เกิดภาพเจรจาและได้ทางออกที่ดี

นายณัฐวุฒิ กล่าวอีกว่า คำว่าสิทธิมนุษยชนสำหรับตนคือพื้นฐานของกฎหมายทุกฉบับ ดังนั้นใครก็ตามที่ไม่เคารพในสิทธิมนุษยชน ก็ไม่ทีสิทธิเป็นคนรักษากฎหมาย และไม่มีสิทธิเรียกร้องให้ผู้อื่นเคารพกฎหมาย นอกจากนี้ตนเห็นว่าวันนี้ไม่ใช่เฉพาะประชาชนที่เห็นต่างแล้วที่โดนละเมิดสิทธิแต่ประชาชนที่เห็นด้วยก็โดนละเมิดสิทธิเช่นกัน เพราะ พ.ร.บ.ประชามติ สะกัด ขัดขวาง ไม่ให้คนเหล่านี้แสดงออก ซึ่งเป็นการขัดขวางและลิดรอนสิทธิทั้งสองฝ่าย นอกจากนี้ตัวครู ค. เองก็เป็นผู้ถูกละเมิดสิทธิด้วยเช่นกัน เพราะ ครู ก. และครู ข. ถือเป็นเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ครู ค.เป็นอาสาสมัคร ที่ทำงานในแต่ละด้าน เช่น อสม. ผู้นำชุมชน ผู้นำท้องถิ่น แล้วผู้มีอำนาจก็ไปหยิบเอาคนเหล่านี้มายัดเยียดข้อดีของรัฐธรรมนูญให้เขาไปพูด ซึ่งครู ค. อาจคิดแตกต่างก็ได้ แต่กลับถูกมัดมือมัดเท้าเป็นกลไกทำงานให้รัฐบาล และตนไม่เคยได้ยินว่า เคยมีการถามความสมัครใจของตนเหล่านี้หรือไม่

Advertisement

นายณัฐวุฒิ กล่าวต่อว่า อีกประเด็นหนึ่งคือ ยิ่งใกล้วันลงคะแนนยิ่งมีปรากฎการณ์บังคับใช้กฎหมายกับคนเห็นต่างมากขึ้นๆ หากทาง กสม.พิจารณาแล้วเห็นว่าจำเป็นต้องมีท่าทีใดกับเรื่องนี้ ก็ขอให้เร่งดำเนินการโดยเร็วเพื่อไม่ให้เหตุการณ์ในลักษณะนี้เกิดขึ้นกับคนอื่น ทั้งนี้สำหรับพวกตนไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในวันข้างหน้า อย่างเช่นวันที่ 30 มิถุนายนนี้ ที่พวกเราโดนหมายเรียก เราก็ไม่แน่ใจว่าเมื่อไปแล้วจะมีการปฏิบัติอย่างใดอย่างหนึ่งกับเราหรือไม่ แต่พวกตนยืนยันว่าสิ่งที่พวกตนทำไปนั้นไม่มีความผิด เราพร้อมเอาอิสรภาพและเสรีภาพพิสูจน์ว่า ถ้าประชาชนออกมาเรียกร้องสิทธิเสรีภาพเพื่อตนเอง และเพื่อคนทั้งประเทศแล้วจะต้องเดินอย่างโดดเดียวก็ไม่มีอะไรลังเล และผู้มีอำนาจท่านก็อย่าได้ลังเล นี้ไม่ใช่การท้าทายแต่เป็นการวัดหัวใจกัน

ขณะที่นางธิดา กล่าวว่า ขอเรียกร้อง 3 ข้อ ต่อ กสม. คือ 1. เรื่องการขัดขวางสิทธิเสรีภาพของประชาชน ในการมีพื้นที่และโอกาสแสดงความเห็นอย่างเสรีไม่ตกอยู่ในบรรยากาศความกลัวโดยเฉพาะอย่างยิ่ง พ.ร.บ.ว่าด้วยการออกเสียงประชามติ มาตรา 61 วรรค 2 และวรรค 4 ที่เล่นงานผู้เห็นต่างตรงข้ามกับมาตรา 10 ที่คุ้มครองผู้เสนอข้อดีของร่างรัฐธรรมนูญ 2. การขัดขวางไม่อยุญาตให้มีการตรวจสอบกระบวนการทำประชามติของภาคประชาชน และ 3. การจับกุมประชาชนที่ต้องการตรวจสอบกระบวนการทำประชามติมาดำเนินการในศาลทหารโดยอ้างคำสั่ง คสช. ข้อหา ชุมนุมทางการเมืองเกิน 5 คน ซึ่งการกระทำของรัฐบาลและ คสช.นี้มีปฏิกิริยาจากองค์กรระหว่างประเทศ เช่น ฮิวแมนไรท์วอทช์ ที่เชิญชวนนานาประเทศไม่ยอมรับกระบวนการทำประชามติ 7 สิงหาคมนี้ของรัฐบาลทหาร คำแถลงของข้าหลวงใหญ่สิทธิมนุษยชน สหประชาชนเกี่ยวกับกระบวนการทำประชามติครั้งนี้ของประเทศไทยจำกัดสิทธิเสรีภาพของประชาชน การใช้อำนาจทางทหาร และการใช้ศาลทหารกับพลเรือน และนายบัน คี มุน ที่ได้โทรศัพท์พูดคุยกับนายกฯ กังวลว่า ประเทศไทยจำกัดสิทธิเสรีภาพในการแสดงออก การวิพากษ์วิจารณ์ และการชุมนุมในขณะที่จะจัดการออกเสียงประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมด้วย

นางอังคณา นีละไพจิตร กรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ กล่าวว่า การทำงานของ กสม. ตนเชื่อว่าไม่ว่าจะเป็นกรรมการชุดใดก็ต้องทำงานอย่างดีที่สุด แต่จะเป็นที่พอใจของประชาชนหรือไม่ ประชาชนสามารถให้ข้อเสนอแนะมาได้ ทั้งนี้เนื่องจากไม่มีรัฐธรรมนูญ กสม. จึงทำงานตาม พ.ร.บ. ปี 2542 และอนุสัญญาระหว่างประเทศ เรามีอำนาจหน้าที่ในการรับเรื่องราวร้องทุกข์ของประชาชนและตรวจสอบข้อเท็จจริงส่วนเรื่องการทำประชามตินั้น กสม.เคยมีแถลงการณ์ออกมาแล้ว ตั้งแต่ที่ กกต.ประกาศข้อกำหนดออกมา โดยเราเป็นห่วงประกาศของ กกต.หลายข้อ ที่มีความเคร่งครัดไม่เปิดโอกาสให้มีการถกแถลง ส่วนเรื่องการละเมิดสิทธิ เช่นกรณีศาลทหาร หรือการควบคุมตัวโดยกฎหมายพิเศษ กสม. มีรายงานออกมาแล้ว และ ครม.พึ่งได้รับทราบรายงานจาก กสม.เมื่อ 1-2 สัปดาห์ที่ผ่านมา สำหรับเรื่องที่ร้องเรียนในวันนี้ตนในฐานะตัวแทนของ กสม.จะรับเรื่องไว้และดำเนินการตรวจสอบต่อไป แต่ขั้นตอนในการตรวจสอบจะต้องเชิญผู้ที่เกี่ยวข้องมาให้ข้อมูล ซึ่งต้องใช้เวลา แต่เราถือว่าเรื่องนี้เป็นเรื่องเร่งด่วน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บรรยากาศโดยรอบ มีเจ้าหน้าที่ตำรวจจากสน.ทุ่งสองห้อง จำนวน 1 กองร้อย รักษาความปลอดภัยตั้งแต่ประตูทางเข้าออกศูนย์ราชการ จนถึงสำนักงานกสม.