ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 24 มิถุนายน เวลา 09.00 น.หลังจากมีชาวบ้านผู้เสียหายในพื้นที่อ.บึงนาราง ได้เข้าร้องทุกข์มายังศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร จำนวนหลายรายว่ามีแก๊งเก็บเงินกู้รายวันดอกเบี้ยโหดร้อยละ 20 ต่อวัน มีพฤติกรรมการทวงหนี้โหดใช้คำพูดข่มขู่ ดูแคลน และบุกรุกเข้าไปในบ้านลูกหนี้พยายามทำร้ายร่างกาย ซึ่งเข้าข่ายเป็นผู้มีอิทธิพล
ดังนั้น นายพิษณุ เสนาวิน รองผู้ว่าราชการจังหวัดพิจิตร ในฐานะผู้อำนวยการศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ได้สั่งการให้ พ.ต.ท.กฤติกร ปานผล รองหัวหน้าชุดเฉพาะกิจศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดพิจิตร ร่วมกับกำลังสารวัตรทหารกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อย มณฑลทหารบกที่ 36 และตำรวจภูธร สภ.บึงนาราง ติดตามจับกุมแก๊งทวงหนี้ดังกล่าวทันที ซึ่ง เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมแก๊งเก็บเงินกู้ดังกล่าวทั้ง 2 รายรวม 4 คน ได้ที่บริเวณบ้านหนองแขม หมู่ที่ 4 ต.บึงนาราง อ.บึงนาราง จ.พิจิตร ขณะบุกเข้าไปข่มขู่และพยายามทำร้ายร่างกายลูกหนี้ภายในบ้าน ทราบชื่อภายหลังผู้ต้องหารายแรก คือ นายชำนาญ สุขนุ่น อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 110 หมู่ที่ 2 ต.หนองขุ่น อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท มีตำแหน่งเป็นถึงเลขานุการนายกเทศมนตรีเทศบาลตำบลแห่งหนึ่งในจ.ชัยนาท
นายธนวุฒิ โพธิวรรณ อายุ 22 ปี อยู่บ้านเลขที่ 193 หมู่ที่ 6 ต.บ่อแร่ อ.วัดสิงห์ จ.ชัยนาท นายพิทยา รัตนวงศ์ อายุ 31 ปี อยู่บ้านเลขที่ 34 หมู่ที่ 10 ต.โพธิ์ทอง อ.ปางศิลาทอง จ.กำแพงเชร และนายธันวา จุ้ยวอน อายุ 28 ปี อยู่บ้านเลขที่ 135 หมูที่ 4 ต.ดงป่าคำอ..เมืองพิจิตร ซึ่งเจ้าหน้าที่จึงควบคุมตัวผู้ต้องหามาสอบสวนขยายผล พร้อมของกลางอาวุธมีดจำนวน 3 เล่ม รถยนต์เก๋งยี่ห้อโตโยต้าอัลติส สีดำ หมายเลขทะเบียน กม8014 นครสวรรค์ และรถเก๋งยี่ห้อฮอนด้าแจ๊ส สีขาว หมายเลขทะเบียน กค6165 ชัยนาท พร้อมเงินสดรวมกว่า 8 หมื่นบาทที่เก็บจากลูกหนี้ สมุดบัญชีลูกหนี้จำนวนมาก สมุดบัญชีธนาคาร และบัตรเอทีเอ็มหลายใบ และโทรศัพท์ 4 เครื่อง
จากสอบสวนทราบว่า แก๊งแรกมีนายทุนเป็นชาวจ.ชัยนาท และแก๊งที่ 2 มีนายทุนเป็นชาวจ.นครสวรรค์ โดยนายทุนดังกล่าว จะปล่อยเงินกู้รายวันให้ชาวบ้านผู้เดือดร้อน มาขอกู้เงินในอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 20 บาทต่อวัน และผู้ต้องหาทั้ง 4 คนจะคอยรับจ้างนายทุนเก็บหนี้รายวันให้ โดยจะได้เปอร์เซ็นต์ส่วนแบ่งเป็นค่าจ้างแทน หากลูกหนี้รายไหนไม่มีจ่าย ก็จะใช้คำพูดข่มขู่ดูแคลนและใช้กำลังทำร้ายตบตี เพื่อให้ได้เงินมาตามบัญชีหนี้สิน ซึ่งเจ้าหน้าที่ชุดจับกุมจึงนำตัวและของกลางส่งพนักงานสอบสวน สภ.บึงนาราง ดำเนินคดีตามกฎหมาย พร้อมกับขยายผลกลุ่มนายทุนเงินกู้ต่อไป

